19 กิจการมาบตาพุดมีลุ้นได้เฮ!

19 โครงการมาบตาพุด มูลค่า รวม 7.7 หมื่นล้านบาท ได้ลุ้น มีโอกาสขอยกเว้น การคุ้มครองชั่วคราว เนื่องจากไม่ใช่ประเภทรุนแรง แต่อีก 8 โครงการหมื่นกว่าล้านส่อระงับถาวร

19 โครงการมาบตาพุด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม. ติดตามรายงานของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย  เพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสอง  ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานฯ แก้ไขปัญหาพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง

คณะกรรมการฯ ได้รายงานสถานะโครงการที่แท้จริง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยใน 65 โครงการแยกเป็น 23 โครงการที่ยังไม่ได้มีการดำเนินการก่อสร้างหรือขออนุญาตดำเนินการใดๆทั้ง สิ้น ดังนั้น ทั้ง 23 โครงการถือว่าอยู่ในขั้นตอน การขออนุญาตตามปกติ แต่อาจจะใช้เวลามากขึ้นตามมาตรฐานกฎหมายใหม่ ซึ่งต้องทำตามมาตรา 67 วรรคสอง  โครงการเหล่านี้จึงถือว่าได้รับผลกระทบ เล็กน้อยหรือไม่กระทบเลย

ขณะที่อีก 42 โครงการที่เหลือ มีการดำเนินการและเปิดประกอบกิจการแล้ว 11 โครงการ ก่อสร้างแล้วเสร็จ 9 โครงการ และอยู่ในระหว่างการก่อสร้างอีก 22 โครงการ ซึ่งหลังจากเอกชนไปดูคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดอนุญาต 11 โครงการให้ดำเนินการได้ และนำหลักเกณฑ์ไปเปรียบเทียบคิดว่าจะสามารถทำเรื่องขอเสนอข้อเท็จจริงไปยัง ศาลเพื่อขอให้ยกเลิกการระงับโครงการ โดยระบุว่าอยู่ในหลักเกณฑ์เดียวกับ 11 โครงการได้  อีก 19 โครงการ เป็นโครงการที่ดำเนินการอยู่ 4 โครงการ ก่อสร้างเสร็จ 8 โครงการ  และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 7 โครงการ ซึ่งเอกชนจะนำเสนอ แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของศาล

ส่วนที่เหลืออีก 23 โครงการในกลุ่ม 42 โครงการ  ที่ยังได้ยื่นขอศาลในครั้งนี้ มี 15 โครงการที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง 1 โครงการที่ก่อสร้างเสร็จและ 7 โครงการที่ดำเนินการอยู่ เพราะยังมีรายละเอียดที่เข้าหลักเกณฑ์ไม่เพียงพอนั้น หาก 15 โครงการต้องการก่อสร้างต่อ และนำเสนอได้ว่า การก่อสร้างที่ไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม โดยยอมรับความเสี่ยงได้ว่า เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วจะได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการหรือไม่ก็ได้ จะขอให้ศาลอนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างต่อก็ทำได้ และในทุกกรณีโครงการเหล่านี้พร้อมที่จะทำตามกระบวนการของมาตรา 67 วรรคสอง  อย่างไรก็ตาม  คงเหลือเพียง 8 โครงการ  มูลค่าประมาณหมื่นกว่าล้านบาทที่ไม่เห็นว่ามีช่องทางที่จะไปดำเนินการให้ เข้าหลักเกณฑ์

ด้านนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า หลังจากนี้เอกชนสามารถยื่นขอคุ้มครองจากศาลปกครองกลางเป็นรายๆ ไป โดย 19 โครงการดังกล่าวมีมูลค่ารวม 77,000 ล้านบาท  ที่มีโอกาสมากสุด โดยเหตุผลที่สำคัญคือ เป็นโครงการที่ไม่ใช่ประเภทรุนแรง เป็นโครงการที่ไม่มีการผลิต หรือเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งการดำเนินการเพื่อลดมลพิษ

ขณะเดียวกันนอกเหนือจาก 19 กิจการที่มีโอกาสขอยกเว้นการคุ้มครองชั่วคราวยังพบว่ามีอีก 15 กิจการ  มูลค่า 83,000 ล้านบาท  เป็นกิจการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างที่เข้าข่ายยื่นศาลได้ แต่ยังมีประเด็นที่ต้องหาเหตุผลเข้าไปเพิ่มเติม  ส่วนที่เหลืออีก 8 กิจการ  จาก 42  กิจการ  ยอมรับว่าค่อนข้างจะยื่นขอให้ศาลพิจารณาได้ยาก  เนื่องจากเข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนดน้อยมาก

“รัฐบาลจะจัดทำข้อมูลเตรียมพร้อมไว้ให้ เอกชนที่สามารถมาขอข้อมูลดังกล่าว เพื่อนำไปประกอบการยื่นคำขอต่อศาลให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ ส่วนการยื่นขอภาคเอกชน แต่ละกิจการต้องยื่นด้วยตนเอง โดยมูลค่ารวมของกิจการที่เข้าข่ายสามารถยื่นได้รวม 19 กิจการที่มีโอกาสค่อนข้างสูงและอีก 15 กิจการที่มีโอกาสลุ้น  รวมมูลค่าลงทุน 160,000 ล้านบาท หากได้รับการผ่อนผันให้สามารถเดินหน้าโครงการได้ ก็จะบรรเทาความเดือดร้อนของภาคเอกชนได้ระดับหนึ่ง”

ขณะที่หลักเกณฑ์การปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 67 วรรคสอง  ของรัฐธรรมนูญปี 2550 นั้น ครม.ได้แจ้งว่าคณะกรรมการ 4 ฝ่าย  จะสรุปกรอบการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) และการรับฟังความเห็นต่อประชาชนเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่ง ชาติในวันที่ 24 ธ.ค. และจะสามารถประกาศปรับปรุงประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้ว  นำเสนอ ครม. วันที่ 29 ธ.ค.นี้  เพื่อให้มีกรอบการดำเนินการต่อไป

19 โครงการมาบตาพุด

สำหรับ 19 กิจการคือ
1. บริษัทอทิตยา เบอร์ล่า เคมีคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด
2. บริษัทพีทีที ฟีนอล จำกัด
3. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในกิจการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ไปยังบริษัท พีทีที ยูทิลิตี้ จำกัด, บริษัทอะโรเมติกส์  จำกัด (มหาชน)
4. บริษัทอุเบะ ไนล่อน (ประเทศไทย) จำกัด
5. บริษัทอทิตยาเบอร์ล่า เคมีคัลส์ จำกัด
6. บริษัท ปตท.เคมีคอล จำกัด (มหาชน)
7. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โครงการผลิตโพลิเอทิลีน
8. บริษัทบางกอกโพลีเอทีลีน จำกัด ขยายโรงงานผลิต BPEX
9. บริษัทบางกอกโพลีเอทาลีน จำกัด ขยายโรงงานผลิตพลาสติก BPEX
10. บริษัทไทยเอทานอลเอมีน
11. บริษัทไทยเอ็มเอ็มเอ จำกัด
12. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 6
13. บริษัท ไทยโพลีเอททิลีน จำกัด โครงการผลิตเม็ดพลาสติกโพลิเอททีลีน
14. บริษัทกรุงเทพซินธิติกส์ จำกัด 15. บริษัทไทยพลาสติก เคมีภัณฑ์
16. บริษัทสยามโพลีเอททิลีน จำกัด
17. บริษัทสยามเลเทกซ์สังเคราะห์
18. บริษัทไทยโพลีเอทาทิลีน
19. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ขยายกำลังผลิตเม็ดพลาสติกความหนาแน่นสูง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: