รู้ทัน…ปั่นหุ้น

ใน ช่วงที่ผ่านมา หลายๆ ท่านคงได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับการ “ปั่นหุ้น” หรือ “ทุบหุ้น” กันมาพอสมควร ซึ่งข่าวคราวเกี่ยวกับการกระทำในลักษณะนี้

รู้ทัน...ปั่นหุ้น

อาจบั่นทอนกำลังใจของ ผู้ลงทุนทั้งมือใหม่ มือเก่าในการลงทุนในตลาดหุ้น วันนี้ดิฉันจึงขอหยิบยกเรื่อง “ปั่นหุ้น” มาพูดคุยกัน พร้อมทั้งคำแนะนำที่อาจใช้เป็นแนวทางในการระมัดระวังตนเองไม่ให้ตกเป็น เหยื่อของพฤติกรรมปั่นหุ้นและสามารถปกป้องประโยชน์ของตนเองได้ค่ะ ปั่นหุ้น…คืออะไร?

ในช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นหรือลดต่ำลงอย่างมากและหวือหวา หลายๆ ท่านมักเกิดความรู้สึกว่าน่าจะมีการปั่นหุ้นหรือทุบหุ้นเกิดขึ้นแล้ว และทางการควรจะต้องเข้ามาดำเนินการสกัดกั้นพฤติกรรมดังกล่าว หรือหาตัว ผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ว่าการปรับตัวขึ้นลงของราคาหุ้นมากๆ จะเป็นการปั่นเสมอไป อาจเป็นเพียงการซื้อขายหุ้นโดยปกติและราคาก็เป็นไปตามกลไกตลาด เนื่องจากราคาหุ้นมักจะมีความอ่อนไหวและผันผวนขึ้นลงตามปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามากระทบอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว

ตัวอย่างกรณีที่ไม่ใช่ปั่นหุ้น เช่น ผู้ลงทุนวิเคราะห์แล้วเห็นว่าหุ้นตัวนั้นน่าสนใจ มีปัจจัยพื้นฐานดี แถมยังมีแนวโน้มจะมีผลประกอบการดีในอนาคตด้วย เนื่องจากมีการขยายกิจการหรือไปร่วมทุนกับบริษัทอื่น ประกอบกับในขณะนั้นมีข่าวดีเข้ามารองรับ เช่น รัฐบาลประกาศมาตรการสนับสนุนธุรกิจของบริษัทนั้นๆ ก็อาจมีผู้ลงทุนเป็นจำนวนมาก ที่เล็งเห็นแนวโน้มที่เป็นบวกของหุ้นนั้นและเห็นว่าราคาตลาดของหุ้นใน ปัจจุบันยังเป็นราคาที่เหมาะสม จึงเข้ามาทำการซื้อหุ้นนั้น ส่งผลให้ราคาและปริมาณการซื้อขายพุ่งสูงขึ้นไป ซึ่งปัจจัย (พื้นฐานบริษัทและข่าวดี) ที่เข้ามากระทบราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่อธิบายได้ จึงเป็นไปตามสภาพปกติของตลาดที่ขึ้นอยู่กับกลไกตลาดในเรื่องอุปสงค์อุปทาน ส่วนการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงของราคาหุ้นนั้นจะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อมในขณะนั้น

ผิดกับการปั่นหุ้นที่เป็นความตั้งใจที่จะทำให้สภาพการซื้อขายหุ้นทั้งราคา และปริมาณผิดไปจากสภาพปกติ ไม่เป็นไปตามกลไกของตลาด ด้วยวิธีเช่น ทำให้ราคาหุ้นเกิดความ ผิดปกติโดย ไม่มีเหตุผลอันสมควรมารองรับ เช่น ซื้อขายเพื่อผลักดันราคาหุ้นให้ดูเหมือนว่ามีความต้องการซื้อมากขึ้น (เรียกว่า “ปั่น”) บางกรณีก็ซื้อขายเพื่อทำให้ราคาตลาดไม่เปลี่ยนแปลง/อยู่กับที่ (เรียกว่า “พยุง”) หรือพยายามกดราคาหุ้นให้ต่ำลงไปเพื่อที่จะเข้าไปช้อนซื้อในภายหลัง (เรียกว่า “ทุบ”) หรืออีกวิธีเป็นการทำให้ปริมาณหุ้นเกิดความผิดปกติ เช่น เข้าไปซื้อๆ ขายๆ เพื่อให้ดูเหมือนว่าหุ้นตัวนั้นมีคนต้องการซื้อมาก ทำให้มีคนเข้าไปซื้อตาม (เพราะเห็นว่ามีความต้องการซื้อขายหุ้นนั้นมาก) นอกจากนี้ ยังมีวิธีการปั่นหุ้นด้วยการทำให้ข้อมูลของบริษัทผิดไปจาก ข้อเท็จจริง เช่น การปล่อยข่าวดีๆ ของบริษัทออกมาโดยที่ไม่ได้เป็นไปตามนั้นจริงๆ เช่น มีบริษัทต่างประเทศจะเข้ามาเทกโอเวอร์กิจการ หรือการตกแต่งให้งบการเงินของบริษัทดูดีเกินจริง เป็นต้น

ปั่นหุ้นต่างจากเก็งกำไรอย่างไร?

การที่จะบอกว่าพฤติกรรมใดเป็นการ ปั่นหุ้นได้นั้น จะต้องมีองค์ประกอบทางกฎหมายที่ชัดเจน คือต้องมีทั้งเจตนาที่จะเข้าไปปั่นหุ้นและพฤติกรรมที่ ทำอย่างต่อเนื่อง และต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนที่บอกได้ว่าใครหรือกลุ่มใดเป็นคนทำค่ะ ซึ่งในกรณีที่ผู้ลงทุนต่างคนต่างเข้าไปซื้อหุ้นตามกลไกตลาด เช่น ซื้อหุ้นในราคาที่ตนเองคิดว่าถูกแล้วไปขายตอนที่ราคาสูงขึ้นเพื่อทำกำไร ก็จะถือเป็นการซื้อขายหุ้นเพื่อการลงทุนตามปกติที่ต้องมีการเก็งว่าจะได้ กำไร

แต่หากเป็นการปั่นหุ้น กลุ่มหรือพวกพ้องที่ต้องการปั่นหุ้นจะมีเจตนา ปั่น หุ้น เพื่อทำให้ตนเองได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นนั้น โดยมักจะมีพฤติกรรมในรูปแบบต่างๆ เช่น ส่งคำสั่งซื้อขายภายในกลุ่มเดียวกันเอง แต่ไม่มีการซื้อขายจริงเป็นแค่การโยนคำสั่งซื้อขายหุ้นระหว่างกันไปมา หรือจับคู่ซื้อขายกัน (เพื่อ ลดต้นทุนเพราะมีเม็ดเงินน้อย) ในราคาที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นการอำพราง โดยบางครั้งอาจแพร่ข่าวหนุนไปด้วยว่าหุ้นดังกล่าวกำลังจะมีข่าวดี เมื่อผู้ลงทุนทั่วไปเห็นว่าหุ้นตัวนี้มีคนซื้อมาก และคาดหวังว่าราคาจะสูงขึ้นต่อไปอีก ก็มักจะแห่ตามกันไปซื้อ จนเมื่อราคาหุ้นขึ้นไปถึงจุดหนึ่ง พวกที่ต้องการปั่นหุ้นก็จะขายทำกำไรออกมา ในที่สุดแล้ว ราคาหุ้นก็จะร่วงลงมา เนื่องจากราคาหุ้นที่ขึ้นไปนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ซึ่งจะส่งผลให้ ผู้ลงทุนที่รู้ไม่เท่าทันหรือตามเกมไม่ทัน อยู่ในสภาพที่เรียกว่า “ติดยอดดอย” (ติดหุ้นในราคาสูงเพราะขายออกไปไม่ทัน)

จะป้องกันตัวเองอย่างไร? ไม่ให้เป็นเหยื่อ

ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อน หากเมื่อใดก็ตามเห็นราคา หุ้นเคลื่อนไหวผิดปกติ โดยไม่มีปัจจัยใดๆ มารองรับ เช่น ราคาหุ้นปรับตัวสูง ทั้งๆ ที่บริษัทยังไม่ได้มีแผนงานมารองรับที่ชัดเจน หรือไม่มีปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ สนับสนุนเลย ก็ให้จับตาดูและพึงระวังไว้เพราะอาจจะเกิดการปั่นหุ้นได้ค่ะ หรือหากมีคนมาชวนซื้อหุ้นแล้วบอกว่ามีขาใหญ่กำลังเล่นอยู่ ราคาจะขึ้นไปเท่านั้นเท่านี้ โดยสภาพก็จะเป็นการปล่อยข่าวเพื่อจะปั่นหุ้นอยู่แล้ว ก็ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจจะมีความผิดปกติแล้วนะคะ (สำหรับ ผู้ลงทุนที่รู้ว่าเป็นหุ้นปั่น แต่ก็ยังอยากซื้อตาม โดยหวังว่าจะซื้อได้ก่อนออกได้ทัน ก็อย่าลืมว่าโอกาสเจ็บตัวก็มีสูงนะคะ ฉะนั้นอย่าเสี่ยงดีกว่าค่ะ)

ระมัดระวังข่าวลือที่ยังไม่มีความชัดเจน เนื่อง จากในการปั่นหุ้น คนปั่นมัก จะปล่อยข่าวลือต่างๆ ออกมาด้วย เช่น ข่าวลือเรื่องราคาเป้าหมายว่าราคาหุ้นจะ ขึ้นไปเท่านั้นเท่านี้ หรือข่าววงในว่ามีบริษัทต่างชาติมาสนใจควบรวมกิจการเพื่อทำให้ราคาหุ้นขึ้น ฯลฯ เพื่อให้ผู้ลงทุนทั่วไป หลงเชื่อรีบกระโจนเข้ามาซื้อตาม ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงควรตรวจสอบข้อมูลก่อน อย่าเพิ่งผลีผลามเข้าไปซื้อขาย โดยหากเป็นข่าวลือเกี่ยวกับบริษัทจดทะเบียนก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะเร่งให้บริษัทหรือผู้ที่เกี่ยวข้องรีบออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงโดยทันที ผู้ลงทุนก็สามารถเช็กข่าวในเบื้องต้น ได้เองจากเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ (www.set.or.th) ซึ่งจะมีระบบ SET Portal ที่จะให้บริษัทจดทะเบียนใช้เป็นช่องทางในการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทให้แก่ ผู้ลงทุนอยู่แล้วค่ะ

การปั่นหุ้นถือเป็นการเอาเปรียบผู้ลงทุนและเป็นความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ ด้วยนะคะ คราวหน้าจะมาเล่าว่าหน่วยงานกำกับดูแลนั้นมีแนวทางในการดำเนินการกับการ ปั่นหุ้นอย่างไรกันบ้างค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: