ดูดเอสเอ็มอีใหม่

กสิกรไทยก้าวไปอีกขั้น เดินหน้าล่อใจผู้ประกอบการหน้าใหม่มาใช้บริการ 1 ปี ก่อนให้กู้

นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยถึงแผนธุรกิจสินเชื่อเอสเอ็มอีในปี 2553 ว่า ธนาคารจะเน้นขยายฐานไปยังกลุ่มผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นทำ ธุรกิจ หรือไม่เคยเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินมาก่อน โดยจะเจาะขยายตลาดลงไปทั้งผู้ประกอบการที่ทำกิจการส่วนตัว กลุ่มนักธุรกิจที่ซื้อแฟรนไชส์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพพิเศษ เช่น แพทย์ สถาปนิกนายปกรณ์ กล่าวว่า ปกติ เอสเอ็มอีกลุ่มนี้มักเข้าไม่ถึงเงินกู้ เพราะทำธุรกิจยังไม่ถึง 3 ปี แต่ ธนาคารกสิกรไทยจะลดความเสี่ยงโดยออกผลิตภัณฑ์ “สตาร์ต อัพ โซลูชัน” โดยให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการทางการเงินกับธนาคารเพื่อให้เห็นประวัติทางการ เงิน รายรับ รายจ่าย จนธนาคารรู้จักลูกค้าดีขึ้นระดับหนึ่ง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นธนาคารก็พร้อมให้กู้ หากลูกค้าต้องการนำเงินไปขยายธุรกิจ หรือลงทุนขยายกิจการเพิ่มเติม

ทั้งนี้ 5 เดือนที่ผ่านมามีเอสเอ็มอีหน้าใหม่สมัครใช้ “สตาร์ต อัพ โซลูชัน” แล้ว 4,000-5,000 ราย จึงคาดว่าเมื่อครบ 1 ปี จะมีลูกค้ารายใหม่ 1.2 หมื่นราย

ขณะที่ผลการสำรวจลูกค้าเอสเอ็มอีในปัจจุบันพบว่า มีเอสเอ็มอีที่เข้าถึงแหล่งเงินกู้เพียง 1 ใน 3 ของเอสเอ็มอีของประเทศที่มีกว่า 2 ล้านราย

ดูดเอสเอ็มอีใหม่ “ถามว่า 1 ปีนานไหม ก็นาน แต่เอสเอ็มอีกลุ่มนี้ไม่มีแบงก์ไหนปล่อยกู้ให้อยู่แล้ว แบงก์จึงต้องแนะนำให้เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินทุนของตัวเองก่อนดีที่สุด แต่การที่เข้ามาให้แบงก์รู้จัก พอวันหนึ่งอยากขยายธุรกิจ ต่อไปไม่ต้องทำธุรกิจครบ 3 ปี ก็มาขอกู้ได้” นายปกรณ์ กล่าว

รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเอสเอ็มอีปีหน้าจะโตได้ 2.6% หรือเพิ่มจาก 3.26 ล้านล้านบาท เป็น 3.35 ล้านล้านบาท ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ส่วนตลาดสินเชื่อเอสเอ็มอีรวมน่าจะอยู่ที่ 1.3 ล้านล้านบาท

สำหรับธนาคาร กสิกรไทยจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อเอสเอ็มอีจาก 27% เป็น 30% ใน 3 ปี เฉพาะปี 2553 จะขยายสินเชื่อ 8-10% เป็น 3.9 แสนล้านบาท จากปีนี้สินเชื่อเติบโต 4-5% หรือ 3.6 แสนล้านบาท และจะขยายรายได้จาก 1.9 หมื่นล้านบาท เป็น 2.3 หมื่นล้านบาท ในปีหน้า หรือเติบโตถึง 19% โดยมาจากค่าธรรมเนียม 24%

ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 3.5-4% และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะเข้าไปดูแลลูกค้าตั้งแต่ก่อนเป็น หนี้เสีย

แหล่งข่าวธนาคารไทยพาณิชย์เปิดเผยว่า ในปีนี้ทั้งปีมีการใช้ราคาที่แตกต่างกัน 0.25-0.50% เพื่อรับรีไฟแนนซ์ลูกหนี้เอสเอ็มอีกันหนัก และเชื่อว่าในปีหน้าจะหนักกว่านี้ เพราะลูกค้าดีเข้าถึงแหล่งเงินแล้ว จะเหลือแต่ลูกค้าที่สุ่มเสี่ยงหรือเริ่มต้นธุรกิจจึงต้องมีการนำเสนอ ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและรับ รีไฟแนนซ์ลูกค้ากันมากขึ้น

นางวรีมน นิยมไทย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวยอมรับว่า ในปีหน้าการใช้กลยุทธ์ด้านราคาอาจมีการแข่งขันกันหนักในบางกลุ่มอุตสาหกรรม

นายสยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ฐานสินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารทหารไทย ในสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 9 หมื่นล้านบาท ถึง 1 แสนล้านบาท โดยคาดว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีในปี 2553 จะเติบโตมากกว่า 10% ของยอด จากปีนี้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

ป้ายกำกับ: , , ,

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง to “ดูดเอสเอ็มอีใหม่”

  1. pligg.com Says:

    ดูดเอสเอ็มอีใหม่…

    กสิกรไทยก้าวไปอีกขั้น เดินหน้าล่อใจผู้ประกอบการหน้าใหม่มาใช้บริการ 1 ปี ก่อนให้กู้…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: