สอนอาหารไทยที่บ้าน… ธุรกิจเล็กๆ อนาคตดี

ประเทศไทยใช่ว่าจะมีดีที่แค่ทะเลสวย แสงแดดจัด ผลไม้เลิศรส หรือเป็นเมืองสวรรค์ แห่งการช็อปปิ้งเท่านั้น แต่ที่เลื่องลือไม่แพ้กันก็คือ เรื่องรสชาติอาหารนั่นไง

ไม่ว่าจะเป็น ผัดไทย ต้มยำกุ้ง หมูสะเต๊ะ ต้มข่าไก่ ขนมครก ล้วนเป็นอาหารที่ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศทั้งยุโรป อเมริกา เอเชีย ถูกปากถูกใจในรสชาติกันทั้งสิ้น

โรงเรียนสอนอาหารไทยจึงเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่คนต่างชาติต่างภาษา แต่ส่วนใหญ่แล้วโรงเรียนสอนอาหารเหล่านี้จะอยู่ในโรงแรมดัง ค่าเล่าเรียนราคาสูง สอนกันอยู่ในห้องปรับอากาศ บรรยากาศเป็นทางการสุดๆ หายากยิ่งที่จะสอนกันในสวนหลังบ้านท่ามกลางต้นไม้นานาพรรณ หรือเป็นบรรยากาศบ้านแท้ๆ เหมือนไปเรียนกับญาติผู้ใหญ่ที่แสนจะอบอุ่น หรือริมคลองที่น่ารักอากาศโล่งเย็นสบาย

วันนี้เรามีตัวอย่างของเหล่าคุณแม่ 2-3 ท่าน ที่ลุกขึ้นมาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เปิดโรงเรียนสอนอาหารขึ้นที่บ้าน จากแก้เหงากลายเป็นธุรกิจที่ไปได้ดี แถมมีอนาคตที่แลดูน่าสดใสในระยะยาวอีกด้วย ส่วนการลงทุนมีทั้งหลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท

บรรยากาศสวนริมคลอง ปิยะวดี จันทร์ตรูผล เจ้าของ อมิตา ไทย คุ๊กกิ้ง คลาส คุณแม่วัย 56 ปี เธอมีลูกสาวคนเดียวกำลังศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ทำให้มีเวลาเหลือเฟือ ด้วยความที่ภาษาอังกฤษดีเพราะไปอยู่อเมริกาหลายปี เคยทำงานที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประกอบกับเป็นคนชอบทำอาหารไทยเพราะตอนเป็นเด็กได้คลุกคลีกับคุณยายและคุณป้า ที่ทำอาหารเก่งมาก ทำให้หลงรักการทำอาหารตั้งแต่บัดนั้น อีกทั้งก่อนที่จะไปทำงานที่ ททท.ต่างประเทศ ที่ต้องรับแขกบ่อย ทำให้ได้ไปเรียนการทำอาหารเพิ่มเติมอย่างเป็นระบบกับโรงเรียนสอนทำอาหารมา หลายแห่ง จึงมีความพร้อมอยู่พอสมควร

 

สอนอาหารไทยที่บ้าน... ธุรกิจเล็กๆ อนาคตดี

ประกอบกับเธอมีบ้านเดิมของคุณแม่ที่อยู่ริมคลองภาษีเจริญ ที่ว่างๆ อยู่ แถมมีหลังบ้านเป็นสวน ยิ่งเพิ่มความพร้อมให้มากยิ่งขึ้น เธอเล่าว่า“พี่เกษียณอายุเร็วกว่ากำหนด ก็เลยว่าง อยากทำอะไรของตัวเอง ที่เราชอบและลงทุนไม่มากนัก ประกอบกับสามีซึ่งออกจากททท. มาเปิดบริษัททัวร์ของตัวเอง เขามีลูกค้าต่างชาติที่อยากเรียนทำอาหารแบบวันเดียวจบ เมื่อก่อนเราต้องไปหาที่เรียนให้ แต่เวลาก็ไม่ค่อยลงตัวกับนักท่องเที่ยว เราก็เลยคิดว่าเปิดเองดีไหม เราก็พร้อมเรื่องสถานที่ ลูกค้ามี ความรู้เรื่องอาหารไทยก็ใช้ได้ แรกๆ คิดว่ารับลูกค้าจากบริษัททัวร์ของสามีก่อน ทำไปทำมาก็ได้ลูกค้าผ่านเว็บไซต์เป็นจำนวนมาก”

สวย สะอาด ร่มรื่น เป็นกันเอง

สำหรับการลงทุนนั้นปิยะวดีลงทุนไปกว่า 1 ล้านบาท ในการดูแลค่าสถานที่ อุปกรณ์การเรียน คือสร้างศาลาท่าน้ำใหม่ขนาดใหญ่เพื่อรองรับคนได้ 25-30 คน ทำห้องเรียนและอุปกรณ์การเรียนสำหรับคน 10-15 คน ห้องน้ำใหม่ที่สะอาดเรียบร้อย ตกแต่งสถานที่ให้ร่มรื่นงดงาม และการตกแต่งพืชสวนครัวขนาดเล็ก รวมทั้งห้องพักคนงานอีก 2-3 คน เพื่อเป็นผู้ช่วยสอนและเป็นพนักงานต้อนรับ

การเรียนการสอนนั้นจะเปิดสัปดาห์ละ 6 วัน หยุดทุกวันพุธ มี 3-4 ชุดรายการ แต่ละชุดประกอบด้วยของคาว 3 อย่าง ของหวาน 1 อย่าง เช่น ขนมครก ไก่ห่อใบเตย ผัดกะเพราหมูสับ ต้มยำกุ้ง โดยเมนูแต่ละวันไม่เหมือนกัน ลูกค้าจะต้องจองล่วงหน้ามาก่อนว่าจะเลือกเซตไหน โดยสอนตั้งแต่ 09.00-12.00 น. ราคา 2,800 บาท พร้อมรถรับส่งถึงโรงแรม โดยรับตั้งแต่ 2-12 คน

 

สอนอาหารไทยที่บ้าน... ธุรกิจเล็กๆ อนาคตดี

“เสน่ห์ของเราคือเที่ยวมาจะมาโดยเรือด่วนที่จัดเฉพาะไปรับที่ท่ามหาราช ล่องเรือมาประมาณ 15-20 นาที จากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าคลองกรมอู่ทหารเรือมาสู่คลองภาษีเจริญ มาส่งถึงโรงเรียน ขากลับเป็นรถตู้ไปส่งที่โรงแรม”ส่วนกลุ่มลูกค้าของโรงเรียนจะเป็นชาวยุโรปและเอเชียประมาณ 99% มีคนไทยเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ เรียนเพื่อหัดไปทำรับประทานเองหรือรับรองเพื่อนฝูง 5-6 คน สิ่งสำคัญสำหรับการเปิดสอนทำอาหารแก่ชาวต่างชาติก็คือ สถานที่ต้องสะอาด เป็นสัดเป็นส่วน ทั้งสถานที่และอุปกรณ์ โดยเฉพาะวัตถุดิบที่ใช้ต้องมีคุณภาพ สดใหม่ ปลอดสารพิษ

“พวกเนื้อ หมู ไก่ กุ้ง ผักต่างๆ จะซื้อจากฟู้ดแลนด์ เพื่อให้มั่นใจในความสดสะอาด ส่วนพืชสวนครัวเราปลูกเองตามธรรมชาติไม่ใส่ปุ๋ยหรือสารเคมีใดๆ เพื่อให้ผู้เรียนเห็นว่าพริกต้นเป็นแบบไหน พริกไทยสด โหระพา มะกรูด ส้มซ่า เป็นอย่างไร เวลาสอนจะสอนแบบต้นตำรับ ขณะเดียวกันก็จะแนะนำว่าถ้าที่บ้านเมืองของเขาไม่มีจะใช้อะไรทดแทนได้บ้าง ที่ทำให้ไม่เสียรสชาติและอรรถรสไป”

แม้จะเปิดได้ปีกว่า แต่ถือว่าแนวโน้มใช้ได้ ลูกค้าคนเดิมจะเรียนมากกว่า 1 ครั้ง หลายคนติดใจในบรรยากาศ เสนอให้ทำโฮมสเตย์เพิ่มเติมอีกด้วย

“ถ้าโดยภาพรวมแล้ว ผลตอบแทนก็พอไปได้สำหรับการเริ่มต้น แต่จังหวะเราไม่ดีที่ไปเจอปิดสนามบินเมื่อปีที่แล้ว ไม่เช่นนั้นจะดีกว่านี้ แต่เราเชื่อว่าอนาคตไปได้ดีอย่างแน่นอน ย่านนี้ไม่มีคู่แข่งเลย แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลาบ้าง”

สอนอาหารไทยที่บ้าน... ธุรกิจเล็กๆ อนาคตดี

ง่ายๆ แบบไทยแท้

ทางด้าน สายพิณ ปานทอง แม่บ้านชาวพังงา เปิดสอนอาหารไทยที่บ้าน เธอเคยเปิดร้านอาหารมาก่อน แต่เจอคลื่นยักษ์สึนามิเสียหายไปมาก ไม่มีทุนพอเริ่มต้นใหม่ แต่มีลูกค้าชาวต่างชาติที่ติดใจฝีมือ เสนอให้เธอลองเปิดทำอาหารที่บ้าน จนมีเพื่อนแนะนำมาเรื่อยๆ ถ้ามาเที่ยวพังงา โดยจะสอนเฉพาะอาหารคาว เมนูเด่นขึ้นชื่อคือมัสมั่นไก่ ต้มยำกุ้ง พะโล้ แกงเขียวหวาน กุ้งอบเกลือ โดยจะเปิดสอนวันละ 2 รอบ คือรอบเช้า และรอบบ่าย สอนกลุ่มละ 2-5 คน ราคาคนละ 1,800 บาท แถมอาหารหวานเช่นกล้วยเชื่อม หรือกล้วยบวชชี ลูกค้าหลักจะเป็นชาวสวีเดนและแคนาดา ที่บอกกันแบบปากต่อปาก

“ถ้าฤดูกาลท่องเที่ยวจะสอนสัปดาห์ละ 3 วัน แต่หน้าโลว์ลูกค้าจะน้อยมาก จุดเด่นของเราคือความเป็นรสชาติแท้ๆ ของอาหารไทย รสจัด เผ็ด มัน บรรยากาศความเป็นบ้านๆ แบบไทยแท้ๆ เข้าถึงธรรมชาติจริงๆ เหมือนไปบ้านเพื่อนสนิท”

สำหรับผลตอบแทน ถ้าลูกค้าสม่ำเสมอถือว่าไปได้ดีที เดียว แต่สำหรับเธอแล้วไม่ได้มีการลงทุนอะไรมาก ใช้บ้านและสิ่งที่มีอยู่แล้วเป็นต้นทุน ไม่ได้ทำอะไรใหม่ ถือว่าหากลงทุนทำจริงจังอาจจะดีกว่านี้ แต่ทุกวันนี้ก็พอไปได้

 

สอนอาหารไทยที่บ้าน... ธุรกิจเล็กๆ อนาคตดี

ครบวงจรทั้งโฮมสเตย์และสอนอาหาร ประสาน ฟ้ากระจ่าง เจ้าของไทยเฮ้าส์ โฮมสเตย์ ที่คลองบางม่วง อ.บางใหญ่ นนทบุรี จากที่เคยทำงานบริษัทท่องเที่ยวมาก่อน แต่เห็นโอกาสว่าการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบวิถีไทยในชีวิตแบบเดิมๆ เป็นเสน่ห์ที่ควรรักษาไว้ จึงเปิดบ้านริมคลองบางกอกน้อยเป็นโฮมสเตย์ขนาด 6 ห้องนอน เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน แต่ลูกค้าส่วนใหญ่อยากให้สอนทำอาหารไทยด้วย เขาจึงให้ภรรยาเปิดสอนอาหารไทย โดยแบ่งเป็น 4 เซตเมนู โดยเมนูละ 5 ชนิด ราคาคนละ 3,800 บาท เช่นต้มยำ ลาบ ผัดไทย พะแนง แกงกะหรี่ โดยสอนกลุ่มละ 2-6 คน มีรถและเรือรับส่ง

หากพัก 1 คืน รวมเป็นแพ็กเกจที่พักพร้อม อาหาร 5 มื้อ และสอนทำอาหาร 4 อย่าง รวมทั้งพาไปจ่ายตลาดตอนเช้า ราคา 8,000 บาท

“การเลือกทำธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเองตามที่เราถนัด ลงทุนไม่มากนัก อาจเป็นงานที่ดีของเราต่อไปก็ได้ บางครั้งเรื่องใกล้ๆ ตัวนั้นอาจจะกลายเป็นธุรกิจที่ดีได้ แต่เราอาจจะมองข้ามไปหรือนึกไม่ถึง ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราจะได้เป็นนายตัวเอง ผลตอบแทนอาจไม่มากในตอนแรก แต่ระยะยาวอาจจะดีก็ได้ เพียงแต่เราต้องหามันให้เจอว่าท้องถิ่นของเรามีอะไรที่เป็นจุดแข็ง เราจะทำตลาดหาลูกค้าได้อย่างไร เราทำตรงนี้เพราะใกล้ตัว เป็นวิถีชีวิตมาแต่รุ่นปู่ย่าตายาย สร้างงานให้เราสร้างความเจริญให้ท้องถิ่น ไม่ต้องไปแออัดแย่งงานกันในกรุงเทพฯ”

ผลตอบแทนที่ผ่านมาถือว่าไปได้ดีมาก มีลูกค้าเกือบตลอดเวลา ช่วงต้นปีอาจจะเงียบลงบ้าง แต่เราผ่านช่วงคืนทุนมาแล้ว ที่สำคัญเป็นบ้านของเราเอง ก็ไม่มีปัญหาอะไร ของก็ไม่ต้องสต๊อก เมื่อลูกค้าจองเข้ามาค่อยเตรียมของ “เกือบ 20 ปีทำให้เราเป็นที่รู้จักพอสมควร มีหนังสือไกด์บุ๊กส์ของประเทศต่างๆ ไปลงให้เยอะรวมทั้งโลนลีแพนเน็ต ตอนนี้ก็อยู่ได้สบายๆ เพราะเราทำกันเองในครอบครัว ไม่ได้จ้างพนักงานมากมาย และใน 2-3 อำเภอใกล้เคียงเราไม่มีคู่แข่งเลย”

หากคิดจะมีธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเอง ไม่ต้องคิดไกลมากก็ได้ เพราะอาจจะใหญ่เกินตัวจนหมดกำลังใจ ลองมองรอบๆ ตัวเราดูบ้างว่ามีอะไรที่เป็นจุดแข็ง เรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวที่คุณถนัดไม่ต้องลงทุนมาก ผลตอบแทนพอใช้ได้ แค่นี้ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการมีธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเอง ที่เหลือค่อยๆ ใช้เวลา ใช้ประสบการณ์ต่อยอดพัฒนาไปเรื่อยๆ ขยัน อดทน ไม่จนแน่ๆ

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

ป้ายกำกับ: , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: