เขมรส่งเอสเอ็มเอสต้านสินค้าไทย ส.อ.ท.ชี้ออร์เดอร์หด-อาหารขายดีหวั่นปิดชายแดน

521114100749143 กัมพูชาเริ่มมีกระแสต่อต้านสินค้า ไทยรุนแรงขึ้น โดยมีทั้งการกระพือข่าวการส่งข้อ ความผ่านทางมือถือ (เอสเอ็มเอส) ระหว่างชาวกัมพูชาว่าห้ามซื้อสินค้าไทย

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงาน จากสมาชิกส.อ.ท.ที่เข้าไปตั้งโรงงาน และดำเนินธุรกิจในกัมพูชา ว่า ในกัมพูชาเริ่มมีกระแสต่อต้านสินค้าไทยรุนแรงขึ้น โดยมีทั้งการกระพือข่าวต่อต้านสินค้าไทยผ่านการนำเสนอข่าวของสถานีโทรทัศน์ ในประเทศ และการส่งข้อ ความผ่านทางมือถือ (เอสเอ็มเอส) ระหว่างชาวกัมพูชาว่าห้ามซื้อสินค้าไทย

ซึ่ง ที่ผ่านมาการต่อต้านสินค้าไทยในกัมพูชาเกิดขึ้นเป็นระยะตั้งแต่เกิดกรณีเผา สถานทูต กรณีเขาพระวิหาร และเริ่มรุนแรงอีกครั้งในช่วงนี้ โดยขณะนี้สินค้าหลายๆ ประเภทเริ่มได้รับผลกระทบ และไม่มีคำสั่งซื้อเข้ามา ล่าสุดจากการพูดคุยกับผู้ที่ส่งสุขภัณฑ์ไปยังกัมพูชาทำให้ทราบว่าทางกัมพูชา สั่งระงับคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) สินค้า ไทยแล้ว

“ใน การประชุมร่วมกันระหว่างภาคเอกชน กับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้ มีการหยิบยกเรื่องนี้มาคุย ทางเอกชนสอบถามเรื่องการปิดชายแดน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่าจะไม่มีการปิดชายแดนแน่นอน และได้มีการแต่งตั้งบุคคลที่จะให้ข่าวให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อ ป้องกันความสับสนแล้ว” นายธนิต กล่าว

นาย ไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานกลุ่มอาหาร ส.อ.ท. กล่าวว่า ขณะนี้ภายในกัมพูชาเริ่มมีการกักตุนสินค้าประเภทอาหารแล้ว เพราะประชาชนและผู้ประกอบการต่างกลัวว่าอาจมีการปิดชายแดน ซึ่งไทยเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ที่ส่งสินค้าเข้าไปขายในกัมพูชา ถ้าชายแดนถูกปิดจริง อาจทำให้เวียดนาม และจีน ซึ่งผลิตอาหารเหมือนกันใช้โอกาสนี้เข้าไปตีตลาดแทนไทยได้ แต่คงไม่ได้สร้างผลกระทบมากมาย เพราะกัมพูชามีประชากรแค่ 14 ล้านคน แต่อยากให้ความขัดแย้งครั้งนี้จบลงโดยเร็วที่สุด และไม่ควรให้ใครมาเป็นตัวตั้งหรือต้นเหตุจนทำให้เหตุการณ์บานปลาย

นาย ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์ เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลกระทบด้านการค้าระหว่างไทย-กัมพูชาว่า หากไม่มีการปิดด่านชายแดนไม่น่าส่งผลกระทบด้านการค้าและการเติบโตของ เศรษฐกิจไทยในปีหน้า โดยคาดว่ายังสามารถเติบโตได้ในอัตรา 3% เนื่องจากไทยมีการส่งออกไปกัมพูชามูลค่าไม่มากเพียง 4.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกรวม 6 ล้านล้านบาท แต่อาจส่งผลกระทบด้านความเชื่อมั่นในระยะสั้น เช่น การให้เครดิตทาง การค้าระหว่างกัน

ส่วนผลกระทบด้าน การลงทุนของไทยไม่น่าเกิดขึ้นเช่นกัน เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่ที่ไทยเข้าไปลงทุนในกัมพูชา เช่น โรงแรม การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการเกษตร ล้วนเป็นอุตสาหกรรมหลักที่หล่อเลี้ยงการเจริญเติบโตของกัมพูชา ซึ่งกัมพูชามีความจำเป็นต้องอำนวยความสะดวกให้กับการลงทุนประเภทดังกล่าวต่อไป

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com


ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: