ปีหน้าโลจิสติกส์จ่อขึ้นราคา20-30%

ทริพเพิลไอ ชี้ค่าบริการโลจิสติกส์ จ่อคิวปรับราคาขึ้น 30% รับธุรกิจนำเข้า-ส่งออกฟื้น ตั้งเป้าโต 27% รายได้ 1,400 ล้าน

 ทิพย์ ดาลาล

นายทิพย์ ดาลาล ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัททริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ ผู้ให้บริการ ด้านขนส่งทางเรือ ทางอากาศและโลจิสติกส์ครบวงจร เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2553 ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือและทางอากาศ เตรียมปรับค่าระวางขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 15-30% ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว และราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นสูงทั้งนี้ บริษัทคาดว่าในปีหน้า ธุรกิจ การขนส่งโดยเฉพาะการขนส่งสินค้า ในแถบเอเชีย เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะประเทศอินเดีย จะเป็นตัวหลักที่ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก รวมถึงการเปิดเสรีทางการค้าในอาเซียน (อาฟตา) จะช่วยผลักดันให้เกิดการขนส่งสินค้าในภูมิภาคนี้เพิ่มมากขึ้น

“ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่กล้าคาดเดาสถานการณ์ล่วงหน้าในระยะยาว เพราะมีปัจจัยลบจำนวนมาก ทั้งปัญหาการเมือง สภาวะเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาท และราคาน้ำมัน ซึ่งการประมาณการล่วงหน้าหากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 70-80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ราคาค่าขนส่งจะปรับขึ้น 15-20% แต่ถ้าราคาน้ำมันพุ่งถึง 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ราคาค่าขนส่งจะปรับขึ้นประมาณ 30%” นายทิพย์ กล่าว

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะไม่เน้นการทำสงครามราคาเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการในการขนส่งเริ่มกระเตื้อง ซึ่งบริษัท ตั้งเป้าปีหน้ามีรายได้ 1,400 ล้านบาท เติบโต 27% เทียบกับปีนี้มีรายได้ 1,100 ล้านบาท

นายทิพย์ กล่าวว่า สำหรับ ผลประกอบการของบริษัทในปีนี้ ช่วงไตรมาส 1-3 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม 752 ล้านบาท แต่ในช่วงไตมาส สุดท้าย คาดว่าจะมีผลประกอบการที่ดีขึ้น โดยทั้งปีเฉลี่ยลดลง 2% ซึ่งในปีนี้ธุรกิจการขนส่งทางอากาศมีอัตราการเติบโต 25% เนื่องจากได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ไทย แอร์เอเชีย ในจัดแคมเปญส่งเสริมการขนส่งสินค้าร่วมกัน

ทั้งนี้ บริษัทได้ให้บริการทุกเส้นทางที่สายการบินไทย แอร์เอเชีย ของประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซียให้บริการ ซึ่งไทยแอร์ เอเชีย โดยช่วงแรกที่เปิดให้บริการ บริษัทมีปริมาณบรรทุก สินค้าราว 400 ตัน/วัน แต่ปัจจุบันได้เพิ่มเป็น 1,000 ตัน/วัน ในปีหน้าคาดว่าจะขนส่งสินค้าเพิ่มเป็น 1,500 ตัน/วัน

ขณะที่ภาพรวมการขนส่งทางเรือทั้งปีเฉลี่ย ลดลง 21% มีรายได้ 448 ล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมามีรายได้ 570 ล้านบาท และการขนส่งบรรทุกสินค้าทางบก ลดลง 2% มีรายได้ 122 ล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ 124 ล้านบาท

ด้านแผนการลงทุนในปีหน้า จะเน้นลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเชื่อมโยงระบบการขนส่งสินค้าให้มีความรวดเร็ว และการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบริการเพิ่มขึ้น โดยในปีหน้าเตรียมเปิดโครงการคืนกำไรให้กับสังคม (ซีเอสอาร์) หลายโครงการ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

ป้ายกำกับ: , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: