ตัวเลขเศรษฐกิจขยับยกแผง

521102104910276 ธปท. ชี้สัญญาณเศรษฐกิจเดือนก.ย. และไตรมาส 3 มีแนวโน้มฟื้นได้ต่อเนื่อง

นายสุชาติ สักการโกศล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ขยายตัว 2.3-2.5% หากเทียบกับไตรมาส 2 ที่ผ่านมา แต่ยังติดลบ 3.1-3.3% หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยเครื่องชี้เศรษฐกิจทุกตัวในเดือนก.ย.ดีขึ้น

การบริโภคภาคเอกชนเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าปรับขึ้นจากลบ 3.2% เพิ่มเป็น 4.5% และเพิ่มขึ้นเป็น 4.2% จาก 1.1% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะการบริโภคสินค้าคงทนในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ที่ปรับดีขึ้น ค่อนข้างมาก

สอดคล้องกับการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้นเป็นเดือนที่ 4 โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมี

ภาคการส่งออกเริ่มหดตัวน้อยลงจากกำลังซื้อในต่างประเทศที่ปรับดีขึ้นในทุก ตลาด รวมทั้งตลาดในเอเชีย ส่งผลให้การส่งออกมีมูลค่า 1.47 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นการ23599หดตัวลบ 8.3% จากลบ 17.9% ในเดือนก่อน

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวก็ขยายตัวเพิ่มขึ้น 6.2% จากเดือนก่อน 3% จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 1.19 ล้านคน จาก 1.12 ล้านคน อัตราการเข้าพักเพิ่มเป็น 48.6% ใกล้เคียงเดือนก่อนที่ 48%

“ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง ตามความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ โอกาสการหางาน และรายได้ในอนาคต ซึ่งล่าสุดในเดือนนี้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 75.6 จาก 74.5 รวมถึงผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ที่เร่งเบิกจ่ายโอนเงินเข้าสู่ระบบ นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำยังช่วยเร่งการใช้จ่าย” นายสุชาติ กล่าว

น.ส.นวพร มหารักขกะ ผู้อำนวยการอาวุโส สายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ภาพรวมสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ยังติดลบ 3.1% จากไตรมาส 2 ที่เคยขยายตัว 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสแรก จากที่เคยชะลอลงมาต่อเนื่องนับ ตั้งแต่ไตรมาสแรกปี 2551

นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการฝ่ายเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าวว่า แผนพัฒนาทางการเงินฉบับที่ 2 ธปท.และกระทรวงการคลังเน้นให้ประชาชนระดับ ฐานรากเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น เพราะปัจจุบันประชาชนระดับฐานรากยังเข้าถึงบริการทางการเงินไม่เต็มที่ ธปท.จึงมีแผนที่จะส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นการให้สินเชื่อวงเงินต่ำกว่า 1 แสนบาท ลงมา

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้สภาพคล่องที่มีในระบบธนาคารพาณิชย์ไหลออกสู่ ประชาชนฐานรากมากขึ้น โดยธปท.จะเปิดให้ธนาคารพาณิชย์ไทยหรือผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีความสามารถ เฉพาะทางเข้ามาทำธุรกิจดังกล่าวได้ เพราะในต่างประเทศมีตัวอย่างชัดเจนแล้วว่าธุรกิจนี้มีกำไร

 

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: