“ไบโอ” ลุยเข้มเปิดตลาดกระทงชานอ้อย ลุ้นวันเพ็ญเดือน 12 ขายอื้อ

521030104030208

ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์อาหารตรา “ไบโอ” ลุยเข้มขยายตลาด เจาะคนไทยรักสุขภาพ ล่าสุดส่งกระทงกระดาษชานอ้อย แบ่งเค้กตลาดกระทงโฟม กระทงใบตอง กระทรงขนมปัง ฝันปีนี้ยอดขายทะลักล้น โต 30%

น.ส.อารยา ขันทปราบ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์อาหารและกระทงที่ผลิตจากกระดาษชานอ้อย ตรา “ไบโอ”  เปิดเผยว่า ในภาวะโลกร้อนและกระแสสุขภาพที่ยังแรงต่อเนื่อง รวมถึงการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ อาหาร ที่ถือเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ซึ่งตัวเลขก็จะโตตามประมาณการณ์ การบริโภคของประชาชน น่าจะเป็นโอกาสของการทำตลาดผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แบรนด์ “ไบโอ” ของบริษัท

ซึ่งขณะนี้มีสินค้าอยู่กว่า 32 รายการ รวม  4 กลุ่ม อาทิ 1.กลุ่มจาน 2.กล่องอาหาร 3.ถ้วย 4.ถาด และล่าสุดออกสินค้าใหม่ “กระทงเพื่อสิ่งแวดล้อม” กระทงชานอ้อย พร้อมชุดธูปเทียนราคา 49 บาท เข้ามาทำตลาดในช่วงลอยกระทงปีนี้ หลังพบว่ามีโอกาสในการทำตลาดสูง เพราะมีกระแสตอบรับดีและมียอดขายดีเกินคาด ทั้งที่มีราคาขายแพงกว่ากระทงขนมปังและกระทงใบตองที่ขายราคาใบละ 35-45  บาท กระทงโฟมใบละ 20 บาท

BioProduct02

โดยปีแรก ปี 2551 ที่รุกทำตลาดกระทงเพื่อสิ่งแวดล้อมตราไบโอ และผลิตแค่ 5,000 ใบ ขายหมดเกลี้ยงเพียงไม่กี่วันที่วางตลาด ซึ่งปีที่ 2 นี้คาดว่าจะผลิต 10,000 ใบ วางขายในท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ตทุกสาขา ซึ่งน่าจะได้รับการตอบรับดีไม่แพ้กัน เพราะกระทงดังกล่าวมีจุดเด่นที่ความเป็นกระทงปลอดมลพิษ คืนชีวิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำจากวัสดุธรรมชาติคือ กระดาษชานอ้อย ที่ไม่ทำให้น้ำเน่าเสีย และย่อยสลายได้โดยการฝังกลบเพียง 31-45 วัน

“กระทงเพื่อสิ่งแวดล้อมตราไบโอ ถือเป็นสินค้าแฮนด์เมดที่ผลิตขึ้นตามซีซั่นหรือเทศกาล ไม่ได้เป็นสินค้าที่ผลิตขายทั้งปีหรือทำเพื่อขายตลาดทั่วไปขนาดใหญ่ ซึ่งในช่วงนี้ก็ออก Party  Set ชุดบรรจุภัณฑ์ชานอ้อยเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมตราไบโอ ที่ประกอบด้วยจาน 9 นิ้ว 10 ใบ จาน 7 นิ้ว 10 ใบ ชาม 600 มล. 10 ใบ และแก้วน้ำ 260 มล. 10 ใบ รวม 40 ใบ ภายใต้คอนเซปต์ Green Party หรือไม่ทำร้ายคุณ ไม่ทำร้ายโลก ราคากล่องละ 199 บาท เข้ามาทำตลาดในห้างค้าปลีกสมัยใหม่

อาทิ เทสโก้โลตัส บิ๊กซี และท็อปส์ เป็นต้นกว่า 7,000  แห่งทั่วประเทศเสริมทัพ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในการทำบรรจุภัณฑ์และภาชนะไบโอที่ปลอดภัยไม่มีสาร ก่อมะเร็ง 100% ยอมรับว่าการทำตลาดประเภทดังกล่าวในตลาดประเทศ ไทยยังเป็นเรื่องใหม่ แต่ไม่ใช่เรื่องใหม่ในตลาดต่างประเทศเกือบทั่วโลก เพราะต่างประเทศ ณ วันนี้เขาแบนและลดการใช้กล่องโฟม พลาสติกกันแล้ว โดยหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ บรรจุ ภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ตราไบโอของบริษัทแทนเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็คาดหวังว่าในอนาคตประเทศไทยจะเดินตามรอยต่างประเทศ ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุ ธรรมชาติ แทนการใช้โฟมและพลาสติก”

BioProduct03

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทจะเน้นทำตลาดส่งออกมากกว่าทำตลาดในประเทศ เพราะตลาดต่างประเทศใหญ่ มีความต้องการสินค้าดังกล่าวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันส่งออกไปกว่า 15 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง ดูไบ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเม็กซิโก เป็นต้น โดยมีตลาดใหญ่อยู่ที่สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ทำให้สัดส่วนยอดขายมาจาก การส่งออก 80% ขายภายในประเทศ 20%

แต่อย่างไรก็ตามปีนี้บริษัทจะรุกทำตลาดภายในประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความ ต้องการของลูกค้าที่มีเพิ่มขึ้น ดูจากยอดขายของบริษัทที่เติบโตขึ้นกว่า 30% ซึ่งเป็นผลจากกระแสสุขภาพและการลดภาวะโลกร้อน ที่คนไทยเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น คาดว่าปี 2552 นี้ ยอดรายได้รวมของบริษัทจะยังเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 30% หรือทะลุ 200 ล้านบาท จากปี 2551 ที่ทำได้ 150 ล้านบาท

น.ส.อารยากล่าวว่า ที่บุกตลาดต่างประเทศก่อนตีวงเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพราะเชื่อว่าจะดีกว่า และวันนี้คนไทยก็ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องภาวะโลกร้อนมากขึ้น และรู้ว่าการใช้โฟม พลาสติก อันตราย มีสารก่อมะเร็ง แต่ที่ผ่านมาไม่มีทางเลือก ซึ่ง ณ วันนี้ ผลิตภัณฑ์ตรา “ไบโอ” ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค ดังนั้นจึงเร่งทำแคมเปญ “ทางเลือกใหม่ ห่างไกลมะเร็ง” เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ ตอกย้ำแบรนด์ และกระตุ้นยอดขาย เพราะเชื่อว่าการทำตลาดในประเทศไทย หากพูดเรื่องสิ่งแวดล้อม โลกร้อน ผู้บริโภคคนไทยส่วนใหญ่ยังมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่หากพูดเรื่องสุขภาพจะให้ความสนใจมากกว่า ซึ่งต่างจากการทำตลาดต่างประเทศ

“กลุ่มเป้าหมายวันนี้ถือว่าเป็นกลุ่มผู้บริโภคทุกคน เพียงแต่เริ่มต้นที่กลุ่มลูกค้าระดับบน เอและบีก่อนเท่านั้น เนื่องจากกลุ่มนี้ให้ความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมากกว่า ขณะที่กลุ่มซีหรือตลาดล่างก็จะให้ความสนใจตาม”

น.ส.อารยากล่าวว่า ที่น่าภูมิใจคือ วันนี้ บริษัทบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด เป็นบริษัทคนไทย 100% ที่สามารถทำตลาดแข่งขันและขึ้นมายืนอยู่แถวหน้า สู้กับบริษัทในประเทศจีนที่ถือเป็นตลาดใหญ่ได้ และยิ่งวันนี้เมื่อจีนเจอวิกฤติสารปนเปื้อนในอาหาร ทำให้ผู้บริโภคในประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ก็มองหาแหล่งใหม่ที่ไม่ใช่จีน ซึ่งบริษัทก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่ง เพราะโรงงานของบริษัท ถือเป็นโรงงานเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.

 

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: