เผยส่งออกเสื้อผ้าเด็ก-กีฬาฟื้น คำสั่งซื้อล้น

521007094317364ส.เครื่องนุ่งห่มไทย เผยเสื้อผ้าเด็ก ผลิตได้ตามมาตรฐานสารตกค้างสหรัฐ ขณะที่ผู้นำเข้าเสื้อผ้ากีฬาแห่สั่งออเดอร์รับฟุตบอลโลกกลางปี 2553

นายวัลลภ วิตนากร เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยถึงคำสั่งซื้อเครื่องนุ่งห่มในช่วงไตรมาส 4 ปี 2552 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต่าง โดยปีนี้คาดว่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มจะอยู่ที่ 3,300 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากปีที่แล้ว 10% โดยในไตรมาส 1 ปี 2553 ได้มีลูกค้าแจ้งว่าจะสั่งซื้อสินค้ากับผู้ส่งออกไทยเต็มกำลังการผลิตแล้ว คาดว่าการส่งออกปีหน้าจะขยายตัว 5% การส่งออกตลาดหลักดีขึ้นทุกตลาด คือสหรัฐ ยุโรปและญี่ปุ่น โดยจะทำให้การส่งออกปี 2553 กลับมาเท่ากับปี 2551 ซึ่งเป็นช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม การส่งออกเครื่องนุ่งห่มในปี 2553 เพิ่มขึ้นทุกประเภท โดยเสื้อเด็ก ปรับตัวดีขึ้นเพราะผู้ผลิตไทยสามารถผลิตตามมาตรฐานเสื้อผ้าเด็กของสหรัฐที่ ควบคุมเรื่องสารตกค้างได้ ส่วนเสื้อผ้ากีฬา มีคำสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมาก เพื่อรองรับการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่จะมีขึ้นในกลางปี 2553  ซึ่งผู้นำเข้าต้องการสั่งสินค้ามาเตรียมไว้ตั้งแต่ต้นปี

ปี 2553 สมาคมมีเป้าหมายที่จะขยายตลาดส่งออกญี่ปุ่นมากขึ้น เพื่อใช้สิทธิประโยชน์จากข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (เจเทปา) โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้เงินช่วยเหลือ 11.5 ล้านเยน เพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิตผ้าผืนและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งวันที่ 20 ต.ค.นี้  ทางรัฐบาลญี่ปุ่นจะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบมาช่วยเหลือผู้ประกอบการ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม 14 ราย ทำให้ผู้ประกอบการไทยผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาดญี่ปุ่นมากขึ้น

ส่วนปี 2552 ญี่ปุ่นมีการนำเข้าเครื่องนุ่งห่มจากทั่วโลก 23,000 ล้านดอลลาร์  โดยมีสัดส่วนการนำเข้าจากจีน 84% จากไทย 1.2% ผู้ส่งออกไทยมีโอกาสที่จะส่งออกไปญี่ปุ่นมากขึ้น โดยปีนี้คาดว่าไทยจะส่งออกไปญี่ปุ่น 221 ล้านดอลลาร์   ตั้งเป้าหมายว่าในปี 2555  ส่งออกไปญี่ปุ่นให้ได้ 1,100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะมีสัดส่วนถึง 30% ของการส่งออกเครื่องนุ่งห่มไทยทั้งหมด

นายวัลลภ กล่าวว่าในปี 2553 สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม มีเป้าหมายที่จะสนับสนุนให้ผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มไทย ไปลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากมีปัญหาขาดแคลนแรงงานทำให้ไม่สามารถขยายในประเทศได้ โดยเชื่อว่าปี 2553 จะมีการลงทุนเพื่อขยายโรงงานแต่จะไม่มีการลงทุนใหม่

ขณะเดียวกันในปีหน้าคาดว่า อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มจะขาดแคลนแรงงานประมาณ  60,000 คน เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรดีขึ้นส่งผลให้แรงงานกลับไปสู่ภาคการเกษตร และแรงงานย้ายไปอยู่อุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น อิเล็กทรอนิกส์  ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการต้องออกไปลงทุนต่างประเทศ

เดือนพ.ย.นี้ทางสมาคมฯจะนำผู้ประกอบการเดินทางไปพม่าและบังกลาเทศ เพื่อศึกษาลู่ทางการลงทุน โดยการลงทุนในพม่าจะได้สิทธิทางภาษีส่งออกไปอาเซียนและญี่ปุ่นได้ ส่วนการลงทุนในบังกลาเทศจะได้สิทธิทางภาษีส่งออกไปยุโรป ซึ่งปีหน้าคาดว่าจะมีผู้ประกอบการ 5-6 ราย ตัดสินใจลงทุนต่างประเทศ โดยจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่ารายละ 200 ล้านบาท

นายสุกิจ คงปิยาจารย์ อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า การออกไปลงทุนในบังกลาเทศ ยังมีปัญหาเรื่องการเงิน หากสมาคมฯ ผลักดันให้ออกไปลงทุนเป็นกลุ่มจะประสานให้ธนาคารไทยไปตั้งสาขาให้บริการ เช่น ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ธนาคารกรุงเทพ รวมทั้งภาคเอกชนได้เสนอไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อแก้ปัญหาการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลซ้ำซ้อน

โดยผู้ประกอบการเสียภาษีเงินได้ในประเทศลงทุน เมื่อต้องการนำรายได้เข้ามาต้องเสียภาษีเงินได้ในไทยอีก 30% ซึ่งบีโอไอได้เสนอครม.เศรษฐกิจแล้ว ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะแก้ปัญหาเพื่อส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศได้อย่าง ไร

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: