เงินบาททะยาน แข็งค่าที่สุดในรอบปี

520921094200582ในช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา (14-18 ก.ย. 2552) ค่าเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง หลังทรงตัวใกล้ระดับ 34.0 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

โดยมีกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 33.60-34.01 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากปรับตัวในช่วง 33.93-34.09 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า21919

โดยเงินบาททรงตัวที่ระดับ 33.94 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนที่จะเริ่มแข็งค่าขึ้น โดยมีแรงหนุนจากการร่วงลงของเงินเหรียญสหรัฐ หลังเผชิญกับหลากปัจจัยกดดัน ทั้งกระแสการปรับลดการถือครองเงินเหรียญสหรัฐในทุนสำรองโลก ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรับตัวสูงขึ้น

ที่สำคัญ อัตราผลตอบแทนของสหรัฐที่อยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ยังกระตุ้นให้นักลงทุนเลือกที่จะขายเงินเหรียญสหรัฐแทนเงินเยนในการทำ Carry Trade หรือการกู้ยืมสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำไปซื้อสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า และเป็นแรงหนุนให้ตลาดหุ้นเอเชียรวมทั้งตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์

ตลาดหุ้นไทยที่ทะยานขึ้นไปยืนเหนือระดับ 700 จุด อีกครั้ง รวมทั้งเงินเหรียญสหรัฐยังอยู่ในทิศทางอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ทำให้เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 33.88 บาทต่อเหรียญสหรัฐในช่วงบ่ายวันอังคาร

ขณะที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ค่าเงินบาทในปัจจุบันไม่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันว่าทางการยังดูแลค่าเงินเพื่อไม่ให้ผันผวนและเคลื่อนไหวเกาะกลุ่มสกุลเงินในภูมิภาค

เงินบาทที่ทะยานขึ้นสู่ระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 ปีที่ 33.65 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนที่จะลดช่วงบวกลงในช่วง ปลายสัปดาห์ หลังเงินเหรียญสหรัฐเริ่มฟื้นตัวขึ้น ประกอบกับปัจจัยลบจากสถานการณ์การเมืองในประเทศ ทำให้เงินบาทร่วงลง สู่ระดับ 33.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐใน ช่วงปลายสัปดาห์ในช่วงสัปดาห์นี้ (21-25 ก.ย. 2552) สายงานธุรกิจตลาดทุนมองว่า ในช่วงสัปดาห์นี้เงินบาทยังคงปรับตัวในกรอบที่แข็งค่า โดยอยู่ในช่วง 33.60-33.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังปรับตัวในช่วง 33.60-34.01 บาทต่อเหรียญสหรัฐในสัปดาห์ก่อนหน้า

โดยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่ต้องติดตามในช่วงสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีชี้นำทางเศรษฐกิจเดือนส.ค. ในช่วงต้นสัปดาห์ ตามด้วยผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงกลางสัปดาห์ โดยคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ 0-0.25% ต่อไปเพื่อช่วยให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไม่หยุดชะงักลง

ขณะที่แถลงการณ์หลังประชุมของเฟด คาดว่าจะกล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดมากยิ่งขึ้น ขณะที่ในช่วงปลายสัปดาห์ตลาดให้ความสนใจกับข้อมูลยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน

ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและยอดขายบ้านใหม่ โดยคาดว่าข้อมูลเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะออกมาดีต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี ข้อมูลเศรษฐกิจในหลายประเทศที่มีทิศทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับในช่วงนี้ ทำให้ในช่วงต่อไปประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเศรษฐกิจมากนัก แต่คาดว่าจะให้น้ำหนักกับทิศทางนโยบายการเงิน รวมถึงช่วงเวลาในการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่อง และภาวะการลงทุนในตลาดการเงินโลกอย่างมีนัยสำคัญ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

ป้ายกำกับ: , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: