เวิลด์แบงก์ยกชั้นไทย น่าลงทุนอันดับ12ของโลก

520910095256599เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ธนาคารโลก(เวิลด์แบงก์) รายงานผลการวิจัย เรื่อง Doing Business 2010 เวลา 4 ปี นับจากปี”48-52 ผ่านระบบ วิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐ มีประเทศที่ร่วมรับฟังพร้อมกับประเทศไทย คือ จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

ภายใต้ 10 ตัวชี้วัด คือ การเริ่มต้นธุรกิจ การขออนุญาตก่อสร้าง การจ้างงานและการ เลิกจ้าง การจดทะเบียนทรัพย์สิน การได้รับสินเชื่อ การคุ้มครองผู้ลงทุน การชำระภาษี การค้าระหว่างประเทศ การบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง และการปิดกิจการ

ผลการวิจัยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจอันดับ 12 จาก 183 ประเทศ ทั่วโลก ขยับสูงขึ้นจากปี”51 ที่อยู่ในอันดับ 13, อันดับ 15 ในปี”50 และอันดับ 20 ในปี”48

ขณะที่สิงคโปร์ครองแชมป์อันดับ 1 ติดต่อกัน 4 ปี อันดับ 2 นิวซีแลนด์ อันดับ 3 ฮ่องกง อันดับ 4 สหรัฐ อันดับ 5 สหราชอาณาจักร ส่วนญี่ปุ่นอยู่อันดับ 15 ลดลงจากอันดับ 12 มาเลเซียอันดับ 23 ลดลงจากอันดับ 20

ส่วนประเทศจีน ถูกจัดเป็นประเทศที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจอันดับ 89 ลดลงจากอันดับ 83 เวียดนามอันดับที่ 93 อินโดนีเซีย อันดับที่ 122 และฟิลิปปินส์ อันดับที่ 144

ทั้งนี้ในจำนวนที่มีการทำรายงานผลการวิจัยพบว่า ประเทศอินโดนีเซีย มีการปฏิรูปกฎระเบียบราชการมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิก

น.ส.ซิลเวีย ซอฟ ผู้จัดการโครงการการวิจัยประเทศที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจประจำปี”53 ธนาคารโลก และบรรษัท เงินทุนระหว่างประเทศ (IFC) กล่าวว่า การที่ธนาคารโลกทำวิจัยในเรื่องของกฎระเบียบของราชการ เพราะเห็นว่าระเบียบราชการมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อความสามารถในการประกอบธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง เพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น รวมทั้งเพื่อเตรียมพร้อมรับกับสถานการณ์ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวกลับมา

การจัดอันดับครั้งนี้แสดงให้เห็นระบบราชการ ที่ลดขั้นตอนในการดำเนินการ เพื่อสนับสนุนการลงทุนและประกอบธุรกิจ แต่ไม่ได้วัดในเรื่องของความมั่นคงของการลงทุน เสถียรภาพด้านเศรษฐกิจมหภาค การฉ้อราษฎร์บังหลวง การคอร์รัปชั่นในวงราชการ ระดับทักษะของแรงงาน หรือความแข็งแกร่งในด้านการเงิน

สำหรับเหตุผลที่ประเทศไทยได้รับการเลื่อนอันดับ เนื่องจากมีการพัฒนาคุณภาพการให้บริการและปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคการ ให้บริการดีขึ้น ที่สำคัญคือสามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายในเวลา 1 วัน จากเดิมใช้เวลา 9 วัน การลดค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนการโอนที่ดิน อาคารพร้อมที่ดิน เหลือ 0.01% จาก 2% ของกระทรวงมหาดไทย การลดการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะเหลือ 0.11% จาก 3.3% ของกรมสรรพากรช่วยให้ค่าใช้จ่ายทำธุรกิจลดลง

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กล่าวว่า เตรียมนำเสนอรายงานฉบับนี้ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบถึงข่าวดีที่จะทำให้ภาครัฐได้นำไปปรับปรุงระเบียบราชการ เพื่อจะเป็นการยกระดับระบบราชการ ให้รองรับการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หากเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน

โดยวางเป้าหมายให้ไทยเป็นประเทศที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจอันดับ 1 ใน 10 ของโลกให้ได้ในปี”53

น.ส.ปราณี ภาษีผล ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า แม้การเมืองเป็นปัจจัยสำคัญในการลงทุนในไทยในช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อกฎระเบียบ และการดำเนินนโยบายของภาครัฐมีความต่อเนื่อง การเมืองจึงไม่กระทบการลงทุนแต่อย่างใด

เมื่อผลสัมฤทธิ์ของการปฏิรูประบบราชการเกิดขึ้น ประเทศคู่แข่งคงไม่อยู่นิ่ง เพราะรายงานการวัดผลความยากง่ายหรือความสะดวกในการประกอบธุรกิจ จะเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจในการประกอบธุรกิจของต่างชาติแน่นอน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

ป้ายกำกับ: , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: