เงินบาททรงตัว แม้ตลาดเงินโลกผันผวน

520901063643174ในช่วงสัปดาห์นี้ (31 ส.ค.-4 ก.ย. 2552) เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ 33.90-34.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังปรับตัว ในช่วง 33.98-34.08 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า

สิ่งที่ต้องติดตามได้แก่ ภาวะการ ลงทุนในตลาดหุ้นที่ยังคงเป็นตัวชี้นำการ เคลื่อนไหวของตลาดเงินในช่วงนี้ โดย ปัจจัยในประเทศคาดว่าประเด็นทางการเมืองจะมีน้ำหนักต่อการลงทุนในช่วงสัปดาห์นี้

สิ่งที่นักลงทุนจับตาได้แก่ การนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภาในวันที่ 30 ส.ค. ว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นหรือไม่

รวมไปถึงวันที่ 2 ก.ย. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพิจารณากรณีสส. 44 ราย ถูกร้องเรียนเรื่องการถือหุ้นในบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานของรัฐและหุ้น ในกิจการสื่อว่าจะเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ขณะที่ในส่วนของข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงาน ภาวะเศรษฐกิจการเงิน รายเดือน ซึ่งคาดว่าข้อมูลเศรษฐกิจในเดือนก.ค. จะสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนได้มากขึ้นว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านพ้นช่วงที่ แย่ที่สุดไปแล้ว

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ต้องติดตามว่าตลาดหุ้นโลกจะไต่ระดับขึ้นต่อหรือไม่ โดยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่คาดว่ามีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และภาวะการลงทุนในตลาดการเงินโลก ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ดัชนี ISM ภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐ ว่าจะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่

เช่นเดียวกับข้อมูลในตลาดที่อยู่อาศัย ได้แก่ ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้าง ยอดทำสัญญาซื้อบ้านรอปิดการขาย และในช่วงปลายสัปดาห์ตลาดให้ความสนใจกับข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของ สหรัฐ และอัตราการว่างงานของสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดได้มากขึ้นว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐกำลังมีความคืบหน้ามากขึ้น

สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (24-28 ส.ค. 2552) ค่าเงินบาทปรับตัวในกรอบแคบต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเคลื่อนไหวในช่วง 33.98-34.08 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นจากปลายสัปดาห์ก่อน ขึ้นไปที่ระดับ 33.99 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากการร่วงลงของเงินเหรียญสหรัฐ ที่ได้แรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ออกมาดีเป็นส่วนใหญ่ในช่วงนี้

ขณะที่ความเห็นของนายเบน เบอร์แนนคี ถึงสัญญาณการฟื้น ตัวของเศรษฐกิจโลกช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนว่าภาวะถดถอยที่เลว ร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษกำลังสิ้นสุดลง และหนุนการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นทั่วโลก

อย่างไรก็ดี แม้จะมีแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐ แต่เงินบาทยังแกว่งตัวในกรอบแคบเนื่องจากการเข้าแทรกแซงตลาดอย่างต่อเนื่อง ของธปท. ได้เข้าไปดูแลเงินบาทให้เหมาะสมตามภาวะตลาด ส่งผลให้เงินบาทยังคงปรับตัวในกรอบแคบที่ระดับ 33.99 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงกลางสัปดาห์ก่อน

ขณะเดียวกัน ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.25% ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดเงินมากนัก

เนื่องจากเป็นไปตามที่ได้คาดการณ์ไว้ในช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทเปิดตลาดที่ 33.99 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทรงตัว และมีแรงขายที่ค่อนข้างสมดุล ก่อนจะเริ่มอ่อนค่าลงสู่ระดับ 34.02 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากการฟื้นตัวของเงินเหรียญสหรัฐ

ท่ามกลางความวิตกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังมีข่าวว่า ทางการจีนจะจำกัดการลงทุน จะกระทบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและนักลงทุนยังมีความระมัดระวังมากขึ้นหลัง จากที่ดัชนีพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือนในช่วงต้นเดือน ทำให้มีความกังวลมากขึ้นว่าราคาหุ้นพุ่งขึ้นเกิน ซึ่งกดดันค่าเงินภูมิภาค

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: