สินค้าเกาะกระแส”เฟซบุ๊ก-ไฮไฟฟ์” รร.-อสังหา-ไอทีแห่ทำ”โซเชียลเน็ตเวิร์กมาร์เก็ตติ้ง”

520824101725516

“โซเชียลเน็ตเวิร์ก” มาแรง สินค้าแบรนด์ดังแห่เกาะกระแสทำแคมเปญการตลาดผ่าน “เฟซบุ๊ก-ไฮไฟฟ์” หลังยอดผู้ใช้เฟซบุ๊ก ในไทยทะลุ 1 ล้านราย

ขณะที่ไฮไฟฟ์อยู่ที่ 6 ล้านราย เผยทั้งโรงแรม อสังหาฯ รถยนต์ ไอที เพิ่มน้ำหนักโฆษณาออนไลน์ ดันเม็ดเงินโฆษณาออนไลน์พุ่งถึง 1,800 ล้าน ด้าน “ไฮไฟฟ์” รุกหนักเตรียมเปิดแพ็กเกจโฆษณาออนไลน์ใหม่ เพิ่มความหลากหลายของกิจกรรม พร้อมเปิดขายพื้นที่เอาใจลูกค้า-เอเยนซี่ เจาะกลุ่มสมาชิกกว่า 6 ล้านราย

นายทิวา ยอร์ก กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดเม็กซ์ ประเทศไทย จำกัดให้บริการโฆษณาออนไลน์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันแนวโน้มของโฆษณาออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมและมาแรง คือการโฆษณา หรือการตลาดผ่านเครือข่ายสังคม (social network) โดยเฉพาะเฟซบุ๊กและไฮไฟฟ์ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากกลุ่มธุรกิจและเจ้าของสินค้าต่างๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว คอมพิวเตอร์ อสังหาริมทรัพย์ เพื่อเจาะเข้าถึงคอมมิวนิตี้ของผู้อยู่ในเครือข่าย ซึ่งสามารถโฟกัสกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้

ส่วนหนึ่งมาจากเครือข่ายสังคมในไทยเติบโตมาก อาทิ ผู้ใช้บริการเฟซบุ๊ก จากต้นปีมีผู้ใช้ในไทยประมาณ 2 แสนราย ปัจจุบันจากข้อมูล checkfacebook.com มีผู้ใช้ในไทย ล่าสุดประมาณ 1 ล้านราย ทำให้มีโอกาสทางการตลาดสำหรับสินค้าและบริการต่างๆ มากขึ้น

โดยรูปแบบการให้บริการเครือข่าย สังคมออนไลน์ มีทั้งการประชาสัมพันธ์และการสร้างแคมเปญผ่านเครือข่ายสังคม ออนไลน์ อาทิ ลูกค้าของบริษัท กลุ่มโรงแรมในเครือแอคคอร์ มีการจัดโครงการ Ibis idol เพื่อหาแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ โดยใช้เฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์โครงการ หรือบริษัทอสังหาริมทรัพย์อย่างแสนสิริ ก็หันมาใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางในการทำมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น เป็นต้น

นายทิวากล่าวว่า จากการที่เฟซบุ๊กเป็นหนึ่งในเครือข่ายเว็บไซต์ที่บริษัทให้บริการขายโฆษณาออนไลน์ พบว่าปัจจุบันมีลูกค้าให้ความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามการโฆษณาผ่านเว็บไซต์อื่นๆ ก็ยังมีอยู่เช่นกัน เพื่อที่จะให้การทำมาร์เก็ตติ้ง หรือแคมเปญต่างๆ ครอบคลุมกลุ่ม เป้าหมาย โดยปีนี้ผู้ผลิตสินค้าแต่ละแบรนด์เฉลี่ยใช้เม็ดเงินสำหรับโฆษณาออนไลน์เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา คาดว่าปีนี้เม็ดเงินโฆษณาออนไลน์จะอยู่ที่ 1,200-1,500 ล้านบาท โดยกลุ่มที่ใช้โฆษณา ออนไลน์มากที่สุด คือกลุ่มท่องเที่ยว คอมพิวเตอร์ อสังหาริมทรัพย์ และรถยนต์

ด้านนายกษมาช นีรปัทมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท็อปสเปซ จำกัด ผู้ให้บริการโฆษณาออนไลน์เครือสนุกและไฮไฟฟ์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การโฆษณาออนไลน์ผ่านเครือข่ายสังคม กำลังมาแรง และยังมีโอกาสเติบโตสูง แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นกับความต้องการของลูกค้าว่าจุดประสงค์การทำตลาดตรงกับโซเชียลเน็ตเวิร์กมาร์เก็ตติ้งหรือไม่ เพราะการทำตลาดผ่านเครือข่ายสังคมจะเหมาะกับแคมเปญที่ต้องการมีกิจกรรมกับคอมมิวนิตี้เป็นหลัก หรือเป็นการทำตลาดแบบไวรัสมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งเจ้าของสินค้าที่จะลงโฆษณาหรือทำกิจกรรมจะสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมาย ตามที่ต้องการได้ ว่าต้องการกลุ่มช่วงอายุเท่าไหร่ เพศอะไร ไลฟ์สไตล์แบบไหน

อย่างไรก็ตามโมเดลการทำตลาดของเฟซบุ๊กและไฮไฟฟ์ ซึ่งเป็นเครือข่ายสังคมที่กำลังได้รับความนิยมในไทยนั้นมีความแตกต่างกัน สำหรับเฟซบุ๊กพื้นที่ส่วนใหญ่เปิดเพื่อโฆษณาลักษณะแบนเนอร์เป็นหลัก ขณะที่ไฮไฟฟ์มีลูกเล่นการทำโฆษณาที่หลากหลายกว่า

ปัจจุบันมีลูกค้าที่ลงโฆษณาหลักๆ ในไฮไฟฟ์ประมาณ 20 รายต่อเดือน 80% นิยมลงเป็นแบนเนอร์ อาทิ โออิชิ, โอเลย์, การ์นิเย่ นอกนั้นจะเป็นกลุ่มที่ทำกิจกรรมต่างๆ ผ่านหน้าโปรไฟล์ของไฮไฟฟ์ เช่น กลุ่มคอมพิวเตอร์ มือถือ โซนี่ โนเกีย เป็นต้น หรืออย่างโตโยต้าก็มีการทำออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง กับลูกค้า และลิงก์ลูกค้ามาทำออฟไลน์มาร์เก็ตติ้งต่อเนื่อง

นายกษมาชกล่าวว่า สำหรับไฮไฟฟ์ ซึ่งท็อปสเปซเป็นตัวแทนขายโฆษณารายเดียวในประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ในช่วงการพัฒนาโมเดลโฆษณาออนไลน์ใหม่ ลักษณะเป็นแพ็กเกจเพื่อช่วยให้คนมีโอกาสเห็นโฆษณามากขึ้น ช่วยให้เจ้าของสินค้าสามารถเข้าถึงผู้ใช้ไฮไฟฟ์ได้มากขึ้น และสามารถดึงดูดให้ผู้ใช้สนใจหน้าเว็บเพจ หรือมีกิจกรรมร่วมในหน้านั้นมากขึ้น

โดยแพ็กเกจใหม่นี้เป็นโมเดลที่ไฮไฟฟ์ทำตลาดในแถบอเมริกาเหนือ แต่บริษัทได้ปรับแพ็กเกจเพื่อให้เข้ากับตลาดไทย และตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ปัจจุบันอยู่ในช่วงการเตรียมตัวเสนอแพ็กเกจให้กับเอเยนซี่และลูกค้า

นอกจากนั้นบริษัทมีแผนจะเปิดพื้นที่โฆษณาแบนเนอร์บนหน้าล็อกอินของไฮไฟฟ์เป็นครั้งแรก ซึ่งจะคิดค่าบริการรายเดือน ปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงการกำหนดราคา เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดรับลูกค้าประมาณ 10 ราย ขณะที่โฆษณาแบบ CPM (cost per thousand) ซึ่งจะจ่ายค่าโฆษณาตามอัตราการเห็นของลูกค้า

อย่างไรก็ตามโมเดลการขายโฆษณาแบนเนอร์จะไม่มีการเลือกกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ แต่จะเป็นกลุ่มคนทั่วไปที่เล่นไฮไฟฟ์ จากปัจจุบันมีผู้เข้าใช้เฉลี่ย 2 ล้านคน/วัน จากสมาชิกที่แอ็กทีฟประมาณ 6 ล้านราย

“ส่วนหนึ่งมาจากความสำเร็จของเว็บไซต์สนุกที่มีการขายโฆษณาแบนเนอร์ พบว่าลูกค้าจองเต็มตลอด จึงมีการหารือกับไฮไฟฟ์เพื่อเปิดพื้นที่ขายโฆษณาแบบฟิกซ์ให้ลูกค้าด้วย ตอนนี้อยู่ในช่วงการทำแพ็กเกจ โดยโมเดลแบบใหม่มีประโยชน์กว่าแบบ CPM เพราะวิน-วินทุกฝ่าย ผู้ใช้งานมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น ประสิทธิภาพและประสิทธิผลจะเกิดความคุ้มค่าแก่ เจ้าของแบรนด์และเอเยนซี่”

นายกษมาชกล่าวอีกว่า ปีนี้คาดว่ารายได้โฆษณาออนไลน์ของบริษัทจะเติบโตประมาณ 30% ตลาดโฆษณาออนไลน์ยังเป็นสื่อที่แย่งเม็ดเงินจากสื่อโทรทัศน์ ซึ่งปัจจุบันเอเยนซี่รับรู้ว่าลูกค้าให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์มากขึ้น แต่จะทำอย่างไรถึงจะใช้สื่อออนไลน์มีประสิทธิภาพยังเป็นปัญหาของเอเยนซี่ในปัจจุบัน โดยสัดส่วนตลาดโฆษณาออนไลน์ปี 2551 อยู่ที่ประมาณ 1% ของตลาดโฆษณารวม และปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 1.5-2% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,400-1,800 ล้านบาท

ด้านนายกฤตวิทย์ กฤตยเรืองโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคอนซูเมอร์ บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โซเชียลเน็ตเวิร์กเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เดลล์จึงมีแผนที่จะทำมาร์เก็ตติ้งแคมเปญผ่านทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เป็นครั้งแรก โดยจะเป็นกิจกรรมแบบ 360 องศา คือมีทั้งออนไลน์และออฟไลน์แบบครบวงจร โดยจะมีการเปิดตัวในเร็วๆ นี้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: