ถูกที่…ถูกเวลา ธุรกิจรีเสิร์ชสมุนไพรน้องใหม่มาแรง

520730104727732ธุรกิจน้องใหม่รายนี้มีความน่าสนใจตรงที่สามารถซัพพอร์ตอุตสาหกรรมพื้นฐานได้อย่างลงตัว เรียกว่ามาถูกที่ถูกเวลา สำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับสมุนไพรไทยในบ้านเรานั้นยังต้องการการวิจัยพัฒนาอยู่ไม่น้อย

herp11

แต่เมื่อใช้ช่องทางของหน่วยงานราชการก็มักจะติดปัญหาในเรื่องของระเบียบราชการความล่าช้าที่ทำให้เอกชนคนทำยาแผนโบราณหลายคนต้องส่ายหน้าเพราะตกขบวนและเสียโอกาสในการทำตลาดไปนั่นเอง

คำถามต่อมาก็คือ แล้วทำไมไม่ลงมือตั้งศูนย์วิจัยของตัวเองเสียเลย คำตอบก็คือ การทำแล็บสำหรับยาแผนโบราณใช้เงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน รวมค่าทีมนักวิจัยซึ่งนับเป็นเงินอีกไม่น้อย เมื่อคิดถึงต้นทุนในการวิจัย คิดเท่าไรก็ไม่คุ้ม

ในทางตรงกันข้าม หน่วยงาน ราชการ มหาวิทยาลัยหลายที่มีเครื่องมือที่พร้อมอยู่แล้ว ทว่าขั้นตอนการทำงานของทางราชการกลับเป็นอุปสรรคใหญ่หลวง

บริษัท เฮอร์เบิล รีเสิร์ช แอนด์ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด จึงเกิดขึ้นเพื่อโอกาสทางธุรกิจที่มีอยู่มากมายนี้ โดยบริษัทนี้เกิดจากนักวิจัยอิสระในโครงการของศูนย์พัฒนายาไทยและสมุนไพรไทย ภายใต้สถาบันแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ก่อตั้งขึ้น

ภญ.นภาภรณ์ เอื้อวงศ์ญาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮอร์เบิล รีเสิร์ช แอนด์ ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด ทำหน้าที่เป็นนักวิจัยห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ วิจัย และการผลิตในระดับห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับยาไทยและสมุนไพรไทยมากว่า 3 ปี และยังเป็นที่ปรึกษาโรงงานที่เกี่ยวกับการผลิตสมุนไพรไทยอีกด้วย ทำให้เธอมองเห็นช่องว่างทางการตลาดและตัดสินใจจัดตั้งบริษัทขึ้นมา

โดยโมเดลของบริษัทนั้นหัวใจหลักก็คือ มีทีมนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญกว่า 10 ท่านที่มีความชำนาญเฉพาะทางในเรื่องการวิจัยพัฒนาสมุนไพรไทยโดยเฉพาะ และนักวิจัยเองยังมีโครงข่ายที่จะเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ ภญ.นภาภรณ์กล่าวว่า จุดแข็งของบริษัทอยู่ที่มีประสบการณ์ทางด้านนี้มานาน รวมทั้งยังมีเครือข่ายทั้งนักวิจัยและหน่วยงานที่จะสามารถจัดการให้โปรเจ็กต์ต่างๆ สามารถลุล่วงไปได้

หลักๆ เลยคือการเช่าใช้เครื่องมือจากศูนย์พัฒนายาไทยและสมุนไพร ซึ่งมีเครื่องมือที่ค่อนข้างครบในเวลานี้ นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือจากมหาวิทยาลัย และการประสานงานกับบริษัทผู้ผลิตที่จะพัฒนาให้โครงการของลูกค้าลุล่วงไปได้
เช่น เครื่องมือบางชิ้นอาจจะมีเพียงที่เดียวหรือ 2 ที่ในเมืองไทย หากเครื่องมือที่ใช้ชำรุดหรือขัดข้องอาจจะต้องรอช่างจากต่างประเทศ ซึ่งใช้เวลานานเป็นเดือน

ส่วนตลาดในช่วงเดือนแรกที่เปิดมานั้นมีลูกค้าที่ขอเข้าคิวเพื่อให้บริษัทได้วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์มาแล้วกว่า 10 โครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ในตอนนี้ และยังมีบริษัทผู้ผลิตยาแผนโบราณและอาหารเสริมกว่า 300 รายที่ไม่มีห้องปฏิบัติการแต่มีการพัฒนาต่อเนื่อง “ผู้ประกอบการรายย่อยเองส่วนหนึ่งก็ต้องการพัฒนาสินค้าให้ต่างจากสินค้าโอท็อปอย่างชัดเจน และต้องการยาแผนโบราณที่มีมาตรฐานเพราะมองว่า เรื่องของยาสมุนไพรที่เป็นโอท็อปลูกค้าจำนวนหนึ่งไม่เชื่อในมาตรฐาน”

อีกส่วนหนึ่งก็คือ ผู้ผลิตบริษัทเครื่องสำอางที่มีจำนวนไม่น้อยในประเทศไทยที่ยังซื้อสารสกัดจากต่างประเทศ กลุ่มนี้ก็จะหันมาใช้นักวิจัยไทยมากขึ้น

อีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มที่เป็นมือปืนรับจ้าง รับผลิตยาให้กับร้านขายยาแบบเชนสโตร์ต่างๆ ที่มีการผลิตยาออกมาจำหน่ายคล้ายๆ กับสินค้าเฮาส์แบรนด์ก็จะมีกลุ่มแฝงอีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจ

สำหรับการให้บริการแบ่งออกเป็นการบริการเป็นเฟส ตั้งแต่การเริ่มจัดหาวัตถุดิบ วิธีการสกัด พัฒนาผลิตภัณฑ์ ควบคุมคุณภาพ ส่งตรวจสอบ ซึ่งถ้าเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์จะเริ่มต้นอยู่หลัก 10,000 บาทเท่านั้น จนกระทั่งโครงการการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการผลิตคิดเป็นหลัก 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายและระยะเวลาของการวิจัยเทคโนโลยีด้วย
“ผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าและเคยเข้ามาใช้บริการจะมองถึงการลดต้นทุนและลดการใช้วัตถุดิบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อส่งออกต่างประเทศ รวมทั้งผู้ที่มีตลาดอยู่แล้วแต่ต้องการพัฒนาตลาด หรือแก้ปัญหาเพื่อให้สามารถเข้าตลาดนั้นๆ”

ยกตัวอย่างฟ้าทลายโจร เมื่อก่อนอาจจะใช้ถึง 4 เม็ดในการรับประทาน แต่การวิจัยพัฒนาที่ลูกค้าต้องการก็คือ การแยกเอาสาระสำคัญออกมาทำให้เข้มข้นมากขึ้นโดยอาจจะใช้แค่เพียง 2 เม็ดเท่านั้น

นอกจากนี้ บริษัทยังมีผลการตรวจสอบคุณภาพสารสำคัญจากแล็บสเกล ที่ออกมาเพื่อรองรับในระดับอุตสาหกรรมเป็นมาตรฐานของแต่ละประเทศ หรือแม้แต่การระบุสารปนเปื้อนมีปริมาณออกฤทธิ์ ซึ่งลูกค้าสามารถคำนวณปริมาณในการนำไปใช้ได้

ภญ.นภาภรณ์ยังมองว่า ในระยะ 2-3 ปีแรกเธอจะให้บริการในการรีเสิร์ชพัฒนาไปก่อน แต่ในอนาคตอาจจะขยายไปสู่การรับจ้างผลิตให้อีกด้วย
ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้มีประกาศจากทาง อย.ที่บังคับให้อาหาร เครื่องสำอาง และโรงงานผู้ผลิตยาแผนโบราณจะต้องมีมาตรฐานจีเอ็มพีรองรับภายในเวลา 3-5 ปี แต่ถ้าเป็นโรงงานใหม่จะต้องมีมาตรฐานจีเอ็มพีรองรับเลย ซึ่งจะทำให้การตั้งโรงงานมีต้นทุนที่สูงขึ้นและหันมาใช้คนกลางในการพัฒนาและผลิตยาแผนโบราณ เครื่องสำอางมากขึ้นด้วย

ในขณะที่การค้าเสรีที่จะเกิดขึ้นนั้นหลายประเทศมีการทำสารสกัดเข้มข้นล้ำหน้าไทยไปหลายขุมแล้ว และหากจะเกิดในตลาดโลกเอกชนที่จะแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในการพัฒนาเป็นธุรกิจก็ดี หรือจำหน่ายสารสกัดก็ดี ล้วนแล้วแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่การค้าเสรีที่จะชี้ชะตาว่าเอกชนรายไหนจะอยู่หรือไป

อย่างไรก็ดี ภญ.นภาภรณ์คาดว่าหลังจากที่เปิดตัวมาได้ 2 เดือนแล้วจนถึงสิ้นปีน่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 2,000,000 บาท แต่สำหรับปีหน้าเธอมองว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากโครงการที่มีลักษณะของการพัฒนาต่อเนื่องอีกด้วย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: