สินเชื่อบุคคลครึ่งหลังยังคงชะลอตัว

520715102932109

ตั้งแต่ต้นปี 2552 เป็นต้นมา ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นหนึ่งในธุรกิจการเงินที่ได้รับผลกระทบ จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างรุนแรง

โดยเฉพาะปัญหาการเลิกจ้าง งานเป็นจำนวนมากในบางภาคอุตสาหกรรมที่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคบางกลุ่มที่ มีภาระการผ่อนชำระสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ หรือนันแบงก์ ไม่สามารถผ่อนชำระสินเชื่อต่อได้ ทำให้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการมีการยกเลิกบัญชีสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก

ซึ่งจะเห็นได้ว่า ภาพรวมจำนวนบัญชีสินเชื่อส่วนบุคคลในเดือนพ.ค. 2552 ที่ผ่านมา มีประมาณ 9,224,365 บัญชี หดตัวลง 16.6% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (ที่มีจำนวนบัญชีประมาณ 11,065,888 บัญชี) นอกจากนี้ผู้ประกอบการทั้งธนาคารพาณิชย์ และ NonBank ต่างเพิ่มความระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลมากขึ้น โดยมีการปรับกฎเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ การเลือกเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงน้อยในภาวะที่เศรษฐกิจยังคงถูกรุม เร้าด้วยปัจจัยลบนานัปการ ซึ่งมีผลทำให้การขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นชะลอตัวลงตาม

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้สรุปประเด็นสำคัญของธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ดังนั้นแนวโน้มสินเชื่อส่วนบุคคลท่ามกลางแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าอาจจะ ฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังนี้ คาดว่าเป็นดังนี้

ภาพรวมธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลช่วง 5 เดือนแรกของปีที่ผ่านมายังหดตัวลง จากตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ยอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งระบบในเดือนพ.ค. 2552 มีมูลค่า 2.23 แสนล้านบาท ขยายตัว 2.4% ลดลงจากที่ขยายตัว 8.2% ในปี 2551

อย่างไรก็ตาม มูลค่ายอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลปรับลดลงต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 โดยมูลค่ายอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลสิ้นเดือนพ.ค. 2552 ลดลง 7,100 ล้านบาท จากสิ้นเดือนต.ค. 2551 ที่มีมูลค่า 2.30 แสนล้านบาท สอดคล้องกับจำนวนบัญชีที่ลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนต.ค. 2551 โดยจำนวนบัญชีสินเชื่อส่วนบุคคลสิ้นเดือนพ.ค. 2552 มี 9.22 ล้าน บัญชี ลดลงถึง 2.22 ล้านบัญชี หรือลดลง 19.4% จากสิ้นเดือนต.ค. 2551

สำหรับมูลค่าของยอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลที่ยังคงลดลงในเดือนนี้เป็นผลมา จากผู้ประกอบการมีการปิดบัญชีลูกค้าบางรายที่ประสบปัญหาการผ่อนชำระสินเชื่อ และผู้ประกอบการมีการตัดหนี้สูญออกจากระบบเร็วขึ้น รวมถึงระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น โดยยอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลในเดือนพ.ค. 2552 ปรับลดลงในทุกกลุ่มผู้ประกอบการ

แนวโน้มธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลครึ่งหลังปี 2552 คงมีทิศทางชะลอตัว แม้คาดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะปรับตัวใน ทิศทางที่ดีขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจใน ต่างประเทศที่เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น อีกทั้ง ยังได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่สองของรัฐบาล ที่น่าจะเป็นผลดีต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งน่าจะทำให้ธนาคารพาณิชย์และกลุ่มนันแบงก์เริ่มหันมาทำตลาดขยายฐานสิน เชื่อส่วนบุคคลมากขึ้น

แต่เนื่องจากสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นเป็นสินเชื่อไร้หลักทรัพย์ค้ำประกัน จึงจัดเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยก็ยังคงมีความเสี่ยงสูง อาทิ ความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่อาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในเมืองไทย จึงอาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของสินเชื่อส่วนบุคคลในช่วงครึ่งปีหลังนี้ และอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของสินเชื่อในระบบ รวมถึง แนวโน้มการว่าจ้างงานที่ลดลง ส่ง ผลกระทบลูกค้าใหม่ที่เข้ามาสู่ระบบลดลง

นอกจากนี้ ปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง และการปรับตัวสูงขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาระรายจ่าย ที่เพิ่มสูงขึ้นของผู้บริโภค รวมถึงการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทำให้ธนาคารพาณิชย์และกลุ่มนันแบงก์ยังให้ความสำคัญในการระมัดระวังการปล่อย สินเชื่อ รวมถึงการปรับระบบการบริหารความเสี่ยง

จากปัจจัยดังกล่าว จึงได้ปรับประมาณการยอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลในปี 2552 ลง โดยคาดว่าน่าจะหดตัว 2.0% ถึงหดตัว 2.9% จากปี 2551

18736

ดังนั้น แม้คาดว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังนี้มีทิศทางดีขึ้น แต่ภาวะเศรษฐกิจไทยยังคงมีความเสี่ยงสูง ที่อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อาทิ หากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีความล่าช้าออกไปและปัญหาความไม่สงบทางการ เมือง อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลในระยะที่เหลือของปีนี้ เช่นกัน

ทั้งนี้ ในกรณีพื้นฐาน (Base Case) ภายใต้สมมติฐานรัฐบาลสามารถผลักดันนโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิด ขึ้น และสมมติฐานที่เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2552 มีทิศทางที่ดีขึ้น น่าจะทำให้ธนาคารพาณิชย์และกลุ่มนันแบงก์ เริ่มหันมาทำตลาดขยายฐานสินเชื่อส่วนบุคคลมากขึ้น ทำให้คาดว่ามูลค่ายอดสินเชื่อ คงค้างน่าจะเพิ่มขึ้นจากในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ โดยในปีนี้คาดว่ายอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งระบบ อาจจะหดตัว 2% หรือมีมูลค่าประมาณ 2.24 แสนล้านบาท

สำหรับกรณีเลวร้าย (Worst Case) ภายใต้สมมติฐานการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีความล่าช้าออกไป และปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และรายได้ของผู้บริโภค ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อความสามารถผ่อนชำระสินเชื่อของผู้บริโภค และสะท้อนกลับมายังคุณภาพสินเชื่อในระบบ ทำให้เป็นไปได้ว่าในกรณีเลวร้ายนี้ยอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งระบบในปี นี้ อาจหดตัว 2.9% หรือมีมูลค่า 2.22 แสนล้านบาท

สำหรับประเด็นการหดตัวของยอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นไม่ได้เป็นผลมาจาก การที่ธนาคารพาณิชย์และนันแบงก์เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นในการปล่อยสิน เชื่อแต่อย่างเดียว แต่ยังเป็นผลมาจากปัญหาการเลิกจ้างงาน และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเช่นกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถการผ่อนชำระสินเชื่อ ทำให้ผู้ประกอบการอาจยกเลิกบัญชีสินเชื่อ และตัดหนี้สูญเพิ่มขึ้น

สำหรับแนวโน้มการแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลครึ่งหลังปี 2552 มองว่าธนาคารพาณิชย์และนันแบงก์ ยังคงเดินหน้าทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าโดยภาพรวมแล้วอุณหภูมิการแข่งขันในธุรกิจนี้อาจจะลดความร้อนแรงลงไป เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์และนันแบงก์ได้ปรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลให้มี ระยะเวลาการผ่อนชำระนานขึ้น เพื่อให้ สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังใช้กลยุทธ์ฟรีค่าธรรมเนียมการจัดการเงินกู้ ค่าอากรแสตมป์ และฟรีค่าธรรมเนียมในการโอน การแจกของสมนาคุณ รวมถึงการใช้กลยุทธ์อัตราดอกเบี้ยเข้ามาจูงใจผู้บริโภค เช่น การคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้น ลดดอก

ดูรายละเอียดเพิ่้มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: