ทองคำ/อัญมณีทะลักแดนภารตะ

การไปทำธุรกิจในอินเดียให้ร่ำรวย ไม่มีอะไรดีไปกว่าการขายทองคำ อัญมณีและเครื่องประดับ

อินเดียเป็นตลาดทองคำใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันเริ่มมีคนไทยไปบุกเบิกตลาดกันแล้ว และประสบความสำเร็จอย่างสูง

คนอินเดียคลั่งไคล้อัญมณีและเครื่องประดับกันเป็นชีวิตจิตใจ ไม่มีใครออกจากบ้านโดยไม่สวมใส่อัญมณีและเครื่องประดับ ถือเป็น วัฒนธรรมที่ไม่สามารถเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ จนถึงสหัสวรรษหน้า

ผู้หญิงนิยมใส่ส่าหรี พร้อมด้วยกำไล แหวน สร้อยคอทองคำเส้นโตๆ เสมอ สำหรับผู้ชายบางคนสวมแหวนทองคำเกือบครบทุกนิ้ว พร้อมสายนาฬิกาทองคำแท้เหลืองอร่ามไปทั้งตัว

ตลาดนี้จึงทำให้ผู้ส่งออกไทยน้ำลายหกตามๆ กัน!!!

ทองคำ 20% ของโลกรวมอยู่ในอินเดีย
ไพศาล มะระพฤกษ์วรรณ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน ประเทศอินเดีย กล่าวย้ำว่า ประเทศอินเดียมีความต้องการใช้อัญมณีและเครื่องประดับ โดยเฉพาะทองคำมีปริมาณสูงถึง 800 ตันต่อปี หรือคิดเป็น 20% ของการใช้ทองคำในตลาดโลก ซึ่งเครื่องประดับที่นิยมมากในอุตสาหกรรม นี้กว่า 85% เป็นทองคำ ที่เหลือเป็นเครื่องประ ดับเงิน เครื่องประดับเพชร พลอยสี และแพลตินั่ม ตามลำดับ

ที่ผ่านมาการเข้าทำตลาดเครื่องประดับเพชรยี่ห้อดังหลายแบรนด์ อาทิ GRT, Joy Alukkas, Gili, Prince Jewellery ประสบความสำเร็จถ้วนหน้า แต่ละบริษัทยอมจ่ายเม็ด เงินโฆษณาจำนวนสูง สะท้อนให้เห็นกำลังซื้อ ของประชากรที่สูงขึ้น

แต่หากจะวิเคราะห์เจาะลึกลงไปเป็นราย ภูมิภาค ก็ต้องยกให้ภาคใต้อย่างรัฐทมิฬนาฑู เกเรลา และการ์นาตากะ ดูจะนิยมมากเป็นพิเศษ กว่า 90% ซื้ออัญมณีและเครื่องประดับ สาเหตุอาจเนื่องมาจากคนทางใต้ผิวคล้ำ เมื่อประดับด้วยทองจะขับให้ทองคำดูสุกสกาวขึ้นทันใด

ในขณะที่ภาคเหนือและภาคตะวันออก นิยมแพลตินั่ม โดยเฉพาะกรุงนิวเดลีและโกล กัตตา เช่นดียวกับเครื่องประดับพลอยสีก็เป็นที่นิยมในภูมิภาคนี้ แต่แน่นอน ทองคำยังคงเป็น ที่นิยมอันดับ 1 ทั้งในกลุ่มคนรวย คนชั้นกลาง และคนชั้นล่าง ส่วนเพชรนิยมเฉพาะในกลุ่มคนรวยและคนชั้นกลางเป็นหลัก

เจาะตลาดอย่างได้ผลต้องเน้นชนบท
แม้ร้านทองส่วนใหญ่ของอินเดียจะอยู่ใน เขตเมือง แต่ผู้ซื้อแท้จริงเป็นทั้งคนในเมืองและ คนที่อยู่ในชนบทใกล้เมืองนั้นๆ จากการศึกษาพบว่า 70% ของผู้บริโภคเครื่องประดับทองเป็น คนชนบท สาเหตุที่คนในชนบทนิยมซื้อทองกันมากก็เพราะถือเป็นการออมทรัพย์และเป็นการ ลงทุนอย่างหนึ่ง เนื่องจากคนในชนบทมีการศึกษาน้อย เมื่อถึงคราวจำเป็นจะไปกู้เงินก็กลัว ถูกหลอก การซื้อขายทองง่ายกว่าและทำกำไรชัดเจนกว่าการลงทุนแบบอื่นที่ตนเองไม่ค่อย เข้าใจ ในขณะที่รัฐบาลไม่เก็บภาษีเงินได้ของเกษตรกรซึ่งส่วนใหญ่ยากจน ดังนั้น หากต้องการจับตลาดใหญ่ก็ต้องศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคในชนบทเป็นหลัก

บุกตลาดตอนไหนถึงจะเข้าที
ช่วงเดือนตุลาคม-พฤษภาคมเป็นช่วงเทศกาลแต่งงานของคนอินเดียซึ่งโดยปกติคน อินเดียทุ่มไม่อั้นและเฉลิมฉลองกันมโหฬาร นอก จากนั้นช่วงเดือนตุลาคม-มกราคมและมีนาคม-พฤษภาคมเป็นช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง ต่างๆ มากมาย เช่น เทศกาลดิวาลีในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นวันปีใหม่ของอินเดีย เทศกาลพระพิฆเณศวร รวมทั้งเทศกาลเฉลิมฉลองเทพเจ้าต่างๆ ที่มีมากมายนับหมื่นองค์ ในเทศกาลเหล่านี้คนอินเดีย มักมีการซื้อทอง อัญมณีและเครื่องประดับเป็น ของขวัญแจกจ่ายกัน

เศรษฐีใหม่ ตลาดที่ไม่ควรมองข้าม
ในอดีตคนอินเดียส่วนใหญ่จะค่อนข้างจน แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่จะค่อนข้างมีเงินที่จะฟุ่มเฟือยได้มากขึ้น ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผลจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนของคนชั้นกลาง ค่อนข้างรวย (upper middle class) และคน ชั้นกลาง (middle class) ได้ขยายตัวถึง 158.6% และ 62% ตามลำดับ ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังซื้อขึ้นสูงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กลุ่มที่เป็นตลาดเป้าหมายสำคัญของธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นกลุ่มคนชั้นกลางค่อนข้างรวยรวมกับกลุ่มบน 50%ของคนชั้นกลาง ซึ่งในที่นี้เราเรียกว่าเศรษฐีใหม่ ดังนั้น หากจะไปเปิดตลาดทองรูปพรรณใน อินเดียก็ต้องประกบกลุ่มนี้ให้ติด

แพรนดา : ผู้บุกเบิกตลาดอินเดีย
แม้ว่าจะมีธุรกิจไทยเข้าไปแล้วหลายราย แต่ยังไม่มีใครที่บุกตลาดหนักเช่นแพรนดา จิวเวลรี่ โดยแพรนดาได้เข้าไปในตลาดอินเดียตั้งแต่กลางปี 2551 โดยการร่วมทุนกับบริษัท Gunjan Jewels เป้าหมายของบริษัทคือกลุ่มลูกค้าที่อายุ 25 ปีขึ้นไปที่มีกำลังซื้อสูงโดยเฉพาะ ในกลุ่มเศรษฐีใหม่ กลยุทธ์ของแพรนดามีความ รวดเร็ว หนักแน่น เจาะลึก และตรงเป้าหมาย โดยการโจมตีที่จุดอ่อนของคู่แข่งด้วยทอง 24 กะรัตเนื้อบริสุทธิ 99.9%

ขณะที่ผู้ผลิตอินเดียทำได้แค่ 22 กะรัต ทั้งนี้เนื่องจากแพรนดาสามารถผลิตเครื่องประดับทองให้ไม่อ่อนตัวได้แม้จะมี ความบริสุทธิ์สูงก็ตาม นับเป็นจุดแข็งอย่างสำคัญในการเจาะตลาดอินเดีย กลยุทธ์เด็ด อีกอันหนึ่งก็คือการปูพรมและปิดล้อมคู่แข่งด้วย การนำเสนอรูปแบบสินค้าที่หลากหลายและแปลกใหม่ดูทันสมัย ขณะที่คู่แข่งท้องถิ่นยังคงต้วมเตี้ยมกับรูปแบบเดิมๆ ตั้งแต่เครื่องประดับ เครื่องเคียงชุดเจ้าสาวแบบคลาสสิก แบบหรูเลิศ แบบเรียบๆ ไปจนถึงแบบกิ๊บเก๋แนววัยรุ่น

นอกจากนั้นแพรนดายังเจาะตลาดเทวรูป เนื้อทองบริสุทธิ 99.9% ไม่ว่าจะเป็นพระพิฆเณศวร หรือพระนารายณ์ ภายใต้แบรนด์ Pranda art เป็น Collection ที่น่าสะสม ซึ่งน่าสนใจไม่น้อยสำหรับตลาดที่มีเทพเจ้ามากมายอย่างอินเดีย การกระจายสินค้าดำเนินการผ่านร้านเพชร-ทองชื่อดังของอินเดีย เช่น GRT, CKC, Khuranas, Naggi, Damodardas ล่าสุดแพรดาได้คาดการณ์ ว่าการเติบโต ของสาขาในอินเดียในปี 2252 จะสูงถึงร้อยละ 30

ทองรูปพรรณโอกาสเติบโตสูง
ตลาดทองรูปพรรณอินเดียเป็นตลาดที่ ควรสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปทำตลาด มากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดทองรูปพรรณที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสินค้าไทยสามารถเข้าไปแข่งขันได้เป็นอย่างดี เมื่อประสบความสำเร็จในตลาดทองรูปพรรณแล้ว แบรนด์เริ่มติดตลาด ก็สามารถขยายไปสู่เครื่องประดับพลอยสีได้ด้วย ซึ่งไทยมีศักยภาพสูงในอุตสาหกรรมดังกล่าว ตลาดเทวรูปทองคำก็เป็นอีกตลาดที่มีศักยภาพเช่นกัน เนื่องจากไทยก็มีความนิยมเทพเจ้าฮินดู ไม่ใช่น้อย และมีรูปแบบสวยงามแปลกตาน่าสนใจสำหรับคนอินเดียรุ่นใหม่ที่แสวงหาความแปลก ใหม่ให้กับชีวิต

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ksmecare.com

About these ads

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: